ขอให้ชะลอการดำเนินการประมูลแถบคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่

สถานการณ์
สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) ในฐานะตัวแทนของผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ.2562 มีความวิตกกังวลต่อการดำเนินการของ กสทช. ในการการประมูลแถบคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยคลื่นที่จะนำมาประมูลพร้อมกันมีทั้งคลื่นย่าน 850 MHz ที่กำลังหมดอายุใบอนุญาตของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในเดือนสิงหาคม 2568 ที่เป็นคลื่นว่างที่ไม่มีใครประมูลครั้งที่ผ่านมา คลื่นที่ไม่เคยถูกนำมาประมูลมาก่อน และคลื่นที่ยังไม่หมดอายุใบอนุญาต นำขึ้นมาประมูลครั้งเดียวล่วงหน้าพร้อมกัน คือคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz 1500 MHz 1800 MHz 2100 MHz 2300 MHz และ 26 GHz รวมทั้งสิ้น 6 ย่านความถี่นั้น ไม่มีหลักประกันที่ชัดเจนว่าประชาชนในฐานะผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะความคุ้มครองในด้านปริมาณ คุณภาพของการให้บริการและราคาค่าบริการจากการประมูลคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ คือ
การประมูลที่จะเกิดขึ้นไม่มีการแข่งขันที่แท้จริง ด้วยการประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้เหลือผู้ให้บริการรายใหญ่เพียงสองราย คือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ทรู กับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เท่านั้นอันเกิดจากการที่ กสทช. ปล่อยให้มีการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคมที่ผ่านมา งานวิจัยของ 101 public policy think tank พบว่า ผู้บริโภคที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งสองค่ายมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5.9 หรือต้องจ่ายแพงขึ้นอย่างน้อย 100 บาท ต่อคนต่อเดือน เมื่อพิจารณาค่าบริการต่อเลขหมายก่อน-หลังควบรวม ผ่านรายได้เฉลี่ยของบริษัทต่อผู้ใช้บริการ 1 คน เนื่องจากแพ็กเกจราคา ๒๙๙บาท/เดือน ที่ถูกที่สุดในปี 2022 หายไป ทำให้แพ็กเกจถูกที่สุดในปัจจุบันคือแพ็กเกจ 399 บาท/เดือน ดังนั้นการเปิดประมูลคลื่นความถี่ในคราวเดียวกันทั้งหมด 6 ย่านความถี่ในครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อปัญหาคุณภาพและราคาของผู้บริโภคที่จะต้องแบกรับในอนาคตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
การประมูลคลื่นความถี่ ไม่มีการกำหนดเพดานราคาค่าบริการสูงสุดเทียบกับปริมาณและคุณภาพการให้บริการที่จะเรียกเก็บและให้บริการกับผู้บริโภคและผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) อยู่ในเงื่อนไขการแข่งขันประมูล จึงไม่มีหลักประกันว่าผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการรายเล็กจะได้รับความคุ้มครองที่เป็นธรรมจากการประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้ที่อยู่ภายใต้ตลาดโทรคมนาคมที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เหลืออยู่เพียงแค่สองราย
การดำเนินงาน
หนังสือ TCC.นย.395/2568 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2568 เรื่อง ขอให้ชะลอการดำเนินการประมูลแถบคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ถึง ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค
ขอให้เลื่อนการประกาศ หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลทั้ง 6 ย่าน เพื่อศึกษาวิจัยที่เหมาะสมกับสถานการณ์สภาพตลาดและการแข่งขันในปัจจุบันให้เป็นธรรม รวมถึงจัดทำแผนแม่บทการจัดสรรคลื่นความถี่แบบระยะยาว (Spectrum Roadmap) ทรัพยากรสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน และสร้างความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ภาครัฐและความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการกำหนดเงื่อนไขการประมูลที่เหมาะสมและจูงใจให้เกิดการแข่งขัน ตลอดจนมีมาตรการที่ชัดเจนในการคุ้มครองผู้บริโภคหลังการประมูล เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้บริการและสาธารณะ
ความคืบหน้า
ยังไม่มีการตอบกลับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



