
ผู้บริโภคร้องถูกเก็บค่าเช่า ค่าส่วนกลาง ค่ามิเตอร์เพิ่ม หลัง สคบ. มีประกาศคุมค่าน้ำค่าไฟ สภาผู้บริโภคแนะตรวจสอบสัญญาก่อนเซ็น หากถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มแบบไม่เป็นธรรมร้องเรียนได้
จากกรณีที่ สภาผู้บริโภคได้ร่วมผลักดันเรื่องสัญญาห้องเช่าร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จนกระทั่ง สคบ. ได้ออก “ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง การให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 กันยายน 2568 เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้เช่าและสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม หลังจากประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ พบกรณีผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาค่าเช่า ค่าส่วนกลาง และค่ามิเตอร์ สภาผู้บริโภคแนะตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาทั้งฉบับเก่าและใหม่ให้ถี่ถ้วนก่อนเซ็นสัญญา หากไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือถูกเอาเปรียบร้องรียนได้
นายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค กล่าวว่า หลังจากประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฯ ที่ กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดเก็บค่าน้ำ – ค่าไฟไม่เกินอัตราที่รัฐเรียกเก็บ มีผลบังคับใช้ ปัจจุบันมีผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียนที่สภาผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง กรณีผู้ให้เช่าบางรายได้มีการจัดทำสัญญาฉบับใหม่ พร้อมปรับเพิ่มค่าเช่า เพิ่มค่าใช้จ่ายรายการอื่นเข้ามาในสัญญาแม้จะมีการปรับปรับลดค่าน้ำและค่าไฟให้เป็นไปตามอัตราตามที่กฎหมายกำหนดก็ตาม ส่งผลให้ภาพรวมราคาเฉลี่ยห้องเช่าไม่ได้ปรับลดลงตาม
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา มีผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียนที่สภาผู้โภค จำนวนอย่างน้อย 45 ราย และยังมีการร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาที่พบมีทั้งถูกเรียกเก็บค่าเช่าเพิ่มขึ้นประมาณ 650 บาทต่อเดือน หรือถูกเรียกเก็บค่าส่วนกลางเพิ่มเติม หรือบางส่วนถูกเรียกเก็บค่าบำรุงมิเตอร์ หรือ ค่าเช่ามิเตอร์ แยกต่างหาก เป็นต้น โดยหลังจากตรวจสอบแล้วสภาผู้บริโภคได้ส่งเรื่องไปให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ใช้อำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบห้องเช่าที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภค
นายโสภณ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้เช่าที่กำลังประสบปัญหาในลักษณะดังกล่าวไม่ควรรีบเซ็นสัญญาฉบับใหม่ แต่ควรนำสัญญาฉบับเดิมที่ทำไว้มาพิจารณาเปรียบเทียบ หากสัญญามีข้อกำหนดบังคับใช้เป็นเวลา 1 ปี จะไม่สามารถบังคับเซ็นสัญญาใหม่ในช่วงระหว่างสัญญาได้ เว้นแต่มีเงื่อนไขระบุไว้ชัดเจนตั้งแต่ต้นให้ปรับขึ้นค่าเช่าระหว่างทางได้ สำหรับค่าส่วนกลางถ้าสัญญาเดิมไม่ได้ระบุไว้จะเรียกเก็บเพิ่มไม่ได้ หรือหากต้องการเก็บเพิ่มเติมจะต้องแจ้งล่วงหน้าและผู้เช่ายินยอม
หากบังคับเปลี่ยนสัญญาหรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนไปยัง สคบ. ในพื้นที่ หรือร้องเรียนมายังสภาผู้บริโภคผ่านเว็บไซต์ของสภาผู้บริโภค www.tcc.or.th
สำหรับผู้ประกอบการที่กระทำความผิด ข้อกฎหมายได้กำหนดไว้ว่า ห้ามไม่ให้ผู้เช่าทำสัญญาที่มีเงื่อนไขเอาเปรียบผู้บริโภค หากฝ่าฝืน มีโทษตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ได้แก่ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีผู้เสียหายหลายราย อาจถูกพิจารณาปรับสะสมตามจำนวนกรณี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


