
สภาผู้บริโภคจี้ สมอ. ตรวจเข้มมาตรฐาน พาวเวอร์แบงก์อันตราย หลังพบเหตุระเบิดซ้ำ ชงแก้กฎหมาย ดึงแพลตฟอร์มออนไลน์ร่วมรับผิดชอบความปลอดภัยผู้บริโภค
เหตุ พาวเวอร์แบงก์อันตราย ระเบิดซ้ำซาก เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุระทึกบนเครื่องบินมุ่งหน้านครศรีธรรมราช หรือเหตุไฟลุกคาเป้สะพายหลังกลางห้างดัง ล่าสุดพบกรณีที่ผู้บริโภคซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์ที่มีมาตรฐานอุตสาหกรรม เครื่องก็ยังระเบิดจนเกือบเกิดเพลิงไหม้บ้าน สร้างความวิตกกังวลด้านความปลอดภัย สภาผู้บริโภคจี้ สมอ.เร่งตรวจสอบเชิงรุก ดึงแพลตฟอร์มออนไลน์ร่วมรับผิดชอบ
ผศ.ดร.วีระพันธ์ รังสีวิจิตรประภา อนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาผู้บริโภค เรียกร้องให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำกับดูแลอย่างเข้มข้นและสุ่มตรวจซ้ำในเชิงรุก หลังพบกรณีอุบัติเหตุ พาวเวอร์แบงก์อันตราย ระเบิดปรากฏเป็นข่าวบ่อยครั้ง โดยระบุว่า แม้สินค้าจะได้รับเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) แต่ในทางปฏิบัติอาจมีช่องโหว่ตั้งแต่ขั้นตอนการขอใบอนุญาต โดยมีความเป็นไปได้ที่ในขั้นตอนการทดสอบ ผู้ผลิตอาจส่งสินค้าที่ได้คุณภาพตามเกณฑ์ไปตรวจสอบ แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อจำหน่ายจริง อาจมีการปรับลดคุณภาพวัสดุลงเพื่อลดต้นทุนการผลิตในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
นอกจากนี้ สมอ.อาจมีข้อจำกัดในการติดตามคุณภาพสินค้าหลังได้รับใบอนุญาต โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านงบประมาณในการจัดซื้อสินค้าจากท้องตลาดมาสุ่มตรวจซ้ำ ทำให้ส่วนใหญ่ต้องใช้วิธีนัดหมายเข้าตรวจโรงงานล่วงหน้า ซึ่งอาจทำให้คุณภาพสินค้าที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบในสถานประกอบการ แตกต่างจากสินค้าที่วางขายจริงในท้องตลาด
อีกหนึ่งช่องโหว่สำคัญ คือการขายสินค้าดังกล่าวบนแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ (e-Marketplace) ซึ่งกลายเป็นช่องทางหลักในการกระจายพาวเวอร์แบงก์ที่มีราคาต่ำกว่าต้นทุนของวัสดุมาตรฐานอย่างผิดปกติ โดยพบตั้งแต่ราคาหลักสิบไปจนถึงร้อยต้น ๆ และแม้จะเป็นร้านค้าที่ได้รับสัญลักษณ์รับรองอย่างมอลล์ (Mall) แต่ผู้บริโภคยังคงเผชิญปัญหาการสวมสิทธิ์ มอก. หรือสินค้าไม่ตรงปกปะปนอยู่
ปัจจุบันสมรภูมิแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์เน้นการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก สินค้าที่วางขายจึงมีความหลากหลายของมาตรฐาน หากเป็นกลุ่มยี่ห้อที่มุ่งเน้นคุณภาพ มักจะมีการขอมาตรฐานแบบสมัครใจ เพิ่มเติมเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีต้นทุนและราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป ขณะที่พาวเวอร์แบงก์จัดอยู่ในกลุ่มมาตรฐานบังคับ ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องผ่านการรับรอง มอก. ทุกชิ้นก่อนวางจำหน่าย แต่ในความเป็นจริงกลับพบสินค้าไร้มาตรฐานเล็ดลอดเข้ามาทำสงครามราคา จนกลายเป็นความเสี่ยงที่ผู้บริโภคต้องแบกรับ
“อุปสรรคสำคัญในตอนนี้คือข้อกำหนดทางกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมไปถึงความรับผิดชอบของเจ้าของแพลตฟอร์ม เมื่อเกิดความเสียหายต่อผู้บริโภค ปัจจุบันจึงทำได้เพียงขอความร่วมมือให้ถอดสินค้าออก ซึ่งอาจไม่ทันท่วงทีต่อการป้องกันอันตราย” ผศ.ดร.วีระพันธ์ กล่าว
ขณะที่ในเชิงเทคนิค สาเหตุของการระเบิดของพาวเวอร์แบงก์ส่วนใหญ่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่เรียกว่าความร้อนพุ่งสูงเกินขีดจำกัด (Thermal Runaway) ภายในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เสื่อมสภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน เมื่อเกิดความร้อนสะสมขณะชาร์จจะส่งผลให้ระเบิดออกมา จึงขอเน้นย้ำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่แสดงเครื่องหมาย มอก. มาตรฐานบังคับ เลขที่ 2879 – 2560 (มีวงกลมล้อมรอบ) พร้อมเครื่องหมายคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบชื่อรุ่นและบริษัทผู้นำเข้าได้ทันที รวมถึงควรมีข้อมูลภาษาไทยระบุรายละเอียดบริษัท ความจุ และแรงดันไฟฟ้าอย่างครบถ้วน
ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคร่วมกับ สมอ. มีแผนประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งตลาดออนไลน์ และแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซ (Social Commerce) อาทิ ติ๊กต๊อก เฟซบุ๊ก เป็นต้น เพื่อยกระดับมาตรการคัดกรองและนำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากระบบ โดยจะเริ่มนำร่องในกลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง 3 ประเภท ได้แก่ พาวเวอร์แบงก์ ปลั๊กไฟ และไดร์เป่าผม เพื่อลดความเสี่ยงและคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง



