Ribbon

4 ข้อเสนอเร่งด่วน หยุดความสูญเสียจาก “ถุงลมทาคาตะ”

4 ข้อเสนอเร่งด่วน หยุดความสูญเสียจาก “ถุงลมทาคาตะ”

จากกรณีปัญหาถุงลมนิรภัยทาคาตะที่สร้างความเสี่ยงร้ายแรงต่อชีวิตผู้ใช้รถ สภาผู้บริโภค ได้เคยแถลงเตือนและผลักดันให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ปี 2569 รวมระยะเวลากว่า 4 ปี แต่ยังคงมีรถจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้ารับการแก้ไข

จากข้อมูลรถที่อยู่ในข่ายต้องเปลี่ยนถุงลมนิรภัยทั้งหมด 1,687,924 คัน มีการนำรถเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนแล้ว 1,192,817 คัน คิดเป็นความคืบหน้าประมาณ 70.7% ขณะที่ยังเหลือรถอีก 495,107 คัน หรือประมาณ 29.3% ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งแม้จำนวนจะลดลงจากเดิม แต่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงและเสี่ยงต่อความสูญเสียในอนาคต

เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหา สภาผู้บริโภคจึงเสนอ 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่

  1. งดต่อภาษีรถที่ยังไม่เปลี่ยนถุงลมนิรภัย และพิจารณาห้ามใช้งานชั่วคราว
    รถที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากยังไม่ได้รับการเปลี่ยนถุงลมนิรภัย ควรมีมาตรการงดต่อภาษีรถยนต์ และพิจารณาห้ามใช้งานเป็นการชั่วคราว โดยใช้ฐานข้อมูลของ กรมการขนส่งทางบก ในการติดตามรถที่มีการเปลี่ยนมือหลายทอด เพื่อให้การบังคับใช้มีประสิทธิภาพจริง
  2. เรียกคืนรถที่มีปัญหาทั้งหมดอย่างเป็นทางการ
    ควรดำเนินการเรียกคืนรถรุ่นที่ติดตั้งถุงลมทาคาตะเข้ารับการแก้ไขที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพียงการขอความร่วมมือ เพื่อให้เจ้าของรถเข้าถึงการแก้ไขได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย
  3. ควบคุมและกำจัดอะไหล่มือสองที่มีความเสี่ยง
    ต้องมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด ไม่ให้อะไหล่มือสอง โดยเฉพาะถุงลมนิรภัยที่มีความเสี่ยง ถูกนำกลับมาวางจำหน่ายซ้ำในตลาด ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายซ้ำอีก
  4. สื่อสารเตือนภัยให้เข้าถึงทุกกลุ่มประชาชน
    การประชาสัมพันธ์ต้องครอบคลุมทุกช่องทาง ไม่จำกัดเฉพาะสื่อออนไลน์ โดยควรร่วมมือกับเครือข่ายสภาผู้บริโภคทั่วประเทศ เพื่อแจ้งเตือนเจ้าของรถให้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจถึงชีวิต

แม้ตัวเลขรถที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขจะลดลงต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่จำนวนเกือบครึ่งล้านคันที่ยังเหลืออยู่ในปี 2569 สะท้อนว่าปัญหานี้ยังไม่สิ้นสุด และจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงบังคับที่จริงจังมากขึ้น เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในอนาคต


ไม่เปลี่ยน – ไม่ต่อภาษี ยกระดับเตือนภัย ‘ถุงลมทาคาตะ’

สิงคโปร์พบผู้เสียชีวิตจาก ชิ้นส่วนถุงลมนิรภัยบริษัท “ทาคาตะ” รายแรก