หลายประเทศทั่วโลกได้เริ่ม ฟ้อง Meta ตั้งแต่เยอรมนี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จนถึงประเทศไทย เพื่อผลักดันให้แพลตฟอร์มดิจิทัลรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากโฆษณาหลอกลวงและการคุ้มครองผู้บริโภคที่ไม่เพียงพอ
ก่อนหน้านี้หลายประเทศอาจมองว่า “มิจฉาชีพ” คือผู้ต้องรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว แต่ปัจจุบันแนวคิดนี้กำลังเปลี่ยนไป เมื่อผู้เสียหายและองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคในหลายประเทศเริ่มตั้งคำถามว่า แพลตฟอร์มออนไลน์ควรมีส่วนรับผิดชอบหรือไม่ หากปล่อยให้โฆษณาหลอกลวงหรือบัญชีมิจฉาชีพเผยแพร่จนสร้างความเสียหายแก่ผู้ใช้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีทั้งการฟ้องร้องแบบกลุ่ม การยื่นคำร้องต่อหน่วยงานกำกับดูแล และการดำเนินคดีต่อ Meta ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรณีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล การนำชื่อบุคคลไปใช้ในโฆษณาหลอกลวง หรือการปล่อยให้โฆษณาหลอกลงทุนเผยแพร่บน Facebook และ Instagram จนผู้บริโภคสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า หลายประเทศกำลังผลักดันให้แพลตฟอร์มดิจิทัลมีบทบาทในการป้องกันและรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงลบเนื้อหาหลังเกิดเหตุ แต่ต้องยกระดับมาตรการตรวจสอบและจัดการความเสี่ยงอย่างจริงจัง
สำหรับประเทศไทย ปัญหามิจฉาชีพออนไลน์ก็สร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภคจำนวนมากเช่นกัน ทำให้ สภาผู้บริโภค ยื่นฟ้อง Meta, LINE, App Store และธนาคารหลายแห่ง ต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องให้ร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการปล่อยให้มิจฉาชีพใช้ระบบของตนหลอกลวงผู้บริโภค โดยปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
กรณีศึกษาจากหลายประเทศจึงเป็นสัญญาณสำคัญว่า การคุ้มครองผู้บริโภคในยุคดิจิทัลไม่ได้มุ่งเอาผิดเฉพาะมิจฉาชีพเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างความรับผิดชอบร่วมของแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยมากขึ้นในการใช้งานบริการออนไลน์
หากคุณหรือคนใกล้ตัวเคยได้รับความเสียหายจากมิจฉาชีพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าเก็บเรื่องราวไว้คนเดียว ร่วมแชร์ประสบการณ์เพื่อเตือนภัยสังคม และหากต้องการความช่วยเหลือหรือได้รับความเสียหาย สามารถร้องเรียนมายัง สภาผู้บริโภค เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพและทำให้แพลตฟอร์มมีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้มากยิ่งขึ้น

2021
- เยอรมนี
ประเด็น: ข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊ก รั่วไหล กระทบผู้ใช้นับล้านราย ผู้เสียหายรวมตัวฟ้องเมต้า ฐานละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเรียกค่าเสียหาย
อัปเดต: อยู่ระหว่างพิจารณาคดีฟ้องกลุ่ม หลังเมต้าปฏิเสธเจรจายอมความ
2024
- ญี่ปุ่น
ประเด็น: ผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนผ่านโฆษณาบนเฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม จึงยื่นฟ้องเมต้า ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่ปล่อยโฆษณาหลอกลวง
อัปเดต: อยู่ระหว่างพิจารณาของศาล
2025
- ออสเตรเลีย
ประเด็น: นักธุรกิจ Andrew Forrest ฟ้องเมต้า หลังชื่อและภาพถูกนำไปใช้ในโฆษณาคริปโตปลอม จนมีคนหลงเชื่อและสูญเงิน
อัปเดต: ศาลสหรัฐฯ สั่งเดินหน้าคดีต่อ หลังไม่รับคำร้องขอให้ยกฟ้องของเมต้า
2026
- แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ประเด็น: ผู้เสียหายยื่นฟ้องกลุ่ม ฐานเมต้า รับรู้และปล่อยให้โฆษณาหลอกลงทุน บนเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม เรียกร้องให้เมต้า รับผิดและชดเชยความเสียหายแก่ผู้เสียหาย
อัปเดต: อยู่ระหว่างพิจารณาของศาล
- สหภาพยุโรป (EU)
ประเด็น: เครือข่ายองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคกว่า 40 แห่ง ภายใต้ BEUC ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการยุโรป ให้ตรวจสอบ กูเกิล, เมต้า และ ติ๊กต๊อก ฐานปล่อยโฆษณาหลอกลงทุน
อัปเดต: อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องและตรวจสอบข้อกล่าวหา
- ไทย
ฟ้องเรื่อง: สภาผู้บริโภคเป็นตัวแทนแทนผู้บริโภค 10 ราย ยื่นฟ้อง เมต้า, ไลน์, แอปสโตร์และกูเกิลสโตร์ และธนาคารหลายแห่ง ต่อศาลแพ่ง กรณีปล่อยให้มิจฉาชีพใช้ระบบของตนหลอกลวงผู้บริโภค พร้อมเรียกร้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค
อัปเดต: อยู่ระหว่างพิจารณาของศาล และศาลนัดพร้อมเคสแรกที่ยื่นฟ้องวันที่ 3 สิงหาคมนี้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง



