ใครได้รับความเสียหายจาก น้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็น บ้านเสียหาย ของใช้พัง หรือกระทบต่อการประกอบอาชีพ ต้องทำยังไง? เก็บหลักฐานอะไร ยื่นขอความช่วยเหลือที่ไหน และมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเท่าไหร่ เช็กให้ครบที่นี่

ช่องทาง – หลักเกณฑ์ รับเยียวยา น้ำท่วม 2569
1. หลักเกณฑ์และอัตราเงินเยียวยา น้ำท่วม
เงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพเบื้องต้น (อัตราเหมาจ่าย 9,000 บาท/ครัวเรือน) กำหนดสิทธิ์ให้ได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือนที่อยู่อาศัยประจำตั้งอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยเข้าข่ายกรณีใดกรณีหนึ่ง
- ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง/ดินโคลนถล่ม ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
- ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกัน เกิน 7 วันขึ้นไป
- บ้านถูกน้ำล้อมรอบจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป
- พักอาศัยในอาคารสูง แม้น้ำท่วมไม่ถึงชั้นพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเกิน 7 วันขึ้นไป
กรณีเสียชีวิตจากอุทกภัย/ดินโคลนถล่ม: เงินช่วยเหลือพิเศษค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์ รายละ 2,000,000 บาท (กรณีเสียชีวิตทางตรง เช่น จมน้ำ หรือถูกกระแสน้ำพัด)
เงินชดเชยความเสียหายตามจริง (จ่ายตามสภาพความเสียหายจริง ไม่เกินวงเงินสูงสุด)
พื้นที่กรุงเทพมหานคร (ประกาศเขตภัยพิบัติครอบคลุมทั้ง 50 เขต)
- ค่าวัสดุซ่อมแซมที่พักอาศัย: จ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 49,500 บาท/หลัง
- ค่าเช่าบ้านชั่วคราว: กรณีเสียหายบางส่วน ไม่เกิน 3,000 บาท/ครอบครัว, กรณีเสียหายทั้งหลัง ไม่เกินเดือนละ 3,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 2 เดือน)
- เงินทุนประกอบอาชีพ: กรณีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทำมาหากินเสียหายจนใช้งานไม่ได้ ไม่เกิน 11,400 บาท/ครอบครัว
- ค่าดำรงชีพเบื้องต้น: กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง ไม่เกิน 3,800 บาท/ครอบครัว, เสียหายบางส่วน ไม่เกิน 1,800 บาท/ครอบครัว
- ค่าจัดการศพสาธารณภัยและเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้เสียชีวิต: รายละ/ครอบครัวละ ไม่เกิน 29,700 บาท
- ค่ารักษาพยาบาลและเงินปลอบขวัญ: ผู้ป่วยนอกไม่เกิน 2,000 บาท, ผู้ป่วยในไม่เกิน 4,000 บาท, เงินปลอบขวัญกรณีบาดเจ็บไม่เกิน 2,300 บาท
พื้นที่ต่างจังหวัด (ส่วนภูมิภาค)
- ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ: จ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 49,500 – 88,600 บาท/หลัง
- เครื่องมือประกอบอาชีพ: ครอบครัวละ ไม่เกิน 13,500 บาท
- ค่าเช่าบ้านชั่วคราว: ครอบครัวละ ไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท (สูงสุดไม่เกิน 2 เดือน)
- การชดเชยด้านการเกษตรและปศุสัตว์: ชดเชยตามประเภทพืชและสัตว์ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
2. ช่องทางการยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ
ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถเลือกยื่นคำร้องได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก
ช่องทางออนไลน์ (Online)
- แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลกับทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องโดยอัตโนมัติ และติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์
ช่องทางยื่นด้วยตนเอง (Onsite)
- พื้นที่ต่างจังหวัด: ยื่นคำร้องได้ที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. หรือ เทศบาล) ในพื้นที่ที่ประสบภัย
- พื้นที่กรุงเทพมหานคร: สายด่วน กทม. 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนปัญหาน้ำท่วมขังสามารถแจ้งผ่าน Traffy Fondue หรือติดต่อศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร หมายเลข 0 2248 5115 ตลอด 24 ชั่วโมง
3. เอกสารที่ต้องเตรียมและการเก็บหลักฐานความเสียหาย
เอกสารสำคัญประกอบการยื่นคำร้อง
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- แบบสอบข้อเท็จจริง/แบบคำร้องขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
- หนังสือรับรองผู้ประสบภัย (ออกโดยสำนักงานเขต หรือ อปท.)
- กรณีบ้านเช่า: สัญญาเช่าบ้าน หรือหนังสือรับรองการเช่า
- กรณีบ้านไม่มีเลขที่: หนังสือรับรองการอยู่อาศัยจริงจาก อปท. หรือสำนักงานเขต
การเก็บหลักฐานความเสียหาย (ควรถ่ายภาพก่อนทำความสะอาดบ้าน)
- ถ่ายภาพมุมกว้างให้เห็นตัวบ้าน ป้ายบ้านเลขที่ และสภาพน้ำท่วมโดยรวม
- ถ่ายภาพรอยคราบน้ำบนผนังหรือตัวอาคารเพื่อแสดงระดับความสูงของน้ำท่วม
- ถ่ายเจาะจงทรัพย์สิน โครงสร้างบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ประกอบอาชีพที่เสียหา
- บันทึกวันที่ ช่วงเวลา และสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน
4. ขั้นตอนการตรวจสอบและการรับเงิน
การสำรวจและรับรองความเสียหาย
- เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง จัดทำบัญชีผู้ประสบภัย และออกหนังสือรับรอง
- ในต่างจังหวัด ต้องผ่านการทำประชาคมหมู่บ้าน และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการระดับอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และระดับจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.)
- กทม. เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่จะเป็นผู้สำรวจและออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย
การโอนเงินเข้าบัญชี
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะส่งข้อมูลไปยัง ธนาคารออมสิน เพื่อโอนเงินตรงเข้าบัญชีผู้ประสบภัย
- เงื่อนไขสำคัญที่สุด: บัญชีธนาคารของผู้ประสบภัย ต้องผูกพร้อมเพย์ (PromptPay) เข้ากับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเท่านั้น (ไม่สามารถใช้พร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ได้)
1 ต.ค. 2569 เริ่ม “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” สูงสุด 100,000 บาท
และตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไปรัฐบาลกำหนดให้ ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค. 69 – 1 ต.ค. 70
สำหรับความคุ้มครองด้านที่อยู่อาศัย จะครอบคลุมประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน ครอบคลุมความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ แบ่งเป็นอุทกภัย ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาทต่อครั้ง ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหว ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาทต่อครั้ง นอกจากนี้ ยังมีความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากภัยดังกล่าว 2,000,000 บาทต่อคน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง



