Ribbon

นโยบายพรรคการเมือง 2569 ใครจะแก้ปัญหาทัวร์ลวงโลก ที่พักไม่ตรงปก

นโยบายพรรคการเมือง 2569 ใครจะแก้ปัญหาทัวร์ลวงโลก ที่พักไม่ตรงปก

เมื่อเงินออมเพื่อการพักผ่อนต้องสูญสิ้นไปกับบริษัททัวร์ที่รับเงินแล้วเชิดหนี หรือความผิดหวังจากโรงแรมที่โฆษณาเกินจริงจนไม่ตรงปก ความเจ็บช้ำเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องโชคร้ายส่วนบุคคล แต่เป็นแผลเป็นเชิงโครงสร้างในระบบบริการท่องเที่ยวไทยที่ยังไร้การจัดการอย่างเด็ดขาดมานานหลายปี ในโค้งสุดท้ายสู่การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เสียงร้องเรียนของผู้บริโภคจึงเป็นโจทย์วัดใจพรรคการเมือง ว่าพรรคไหนจะมีนโยบายที่มาแก้ปัญหาจองทัวร์แล้วเทและกู้ความปลอดภัยทางการเงินคืนให้นักท่องเที่ยวไทยได้จริง

ย้อนรอยบาดแผลผู้บริโภค

สถิติเรื่องร้องเรียนที่หลั่งไหลเข้าสู่สภาผู้บริโภคตั้งแต่ปี 2565 จนถึงเดือนมกราคม 2569 คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่นในวงการท่องเที่ยวไทยอย่างรุนแรง ข้อมูลระบุว่ามีผู้บริโภคเข้ามาขอความช่วยเหลือในกลุ่มบริการท่องเที่ยวและโรงแรมรวม 638 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมหาศาลกว่า 37,005,465 บาท โดยลักษณะปัญหาที่พบมากสุด คือ ปัญหา “ไม่ได้รับสินค้าหรือบริการตามที่ตกลง” หรือวิกฤตทัวร์เทที่ยังคงครองแชมป์อันดับหนึ่งด้วยจำนวน 331 เรื่อง และมีเม็ดเงินที่สูญหายไปเฉพาะส่วนนี้สูงถึง 22,254,924 บาท สะท้อนให้เห็นว่าความตั้งใจในการพักผ่อนของผู้บริโภคกำลังถูกกัดกินด้วยช่องโหว่ของกฎหมายหรือมาตรการกำกับดูแลธุรกิจนำเที่ยวที่ตามไม่ทันกลโกง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตัวเลขความสูญเสียเหล่านี้ สภาผู้บริโภคได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการทำงานเชิงรุก เพราะจากเรื่องร้องเรียนทั้งหมด สามารถดำเนินการและยุติปัญหาได้ถึง 504 กรณี หรือคิดเป็น 79% ของกรณีทั้งหมด ที่น่าสนใจคือ มีถึง 168 กรณีที่นำไปสู่การประสานงานให้ตำรวจรับดำเนินคดีและอายัดบัญชีได้สำเร็จ และอีกกว่า 50 กรณีที่ผู้ประกอบการยอมเยียวยาความเสียหายทันทีหลังจากสภาผู้บริโภคใช้อำนาจตามกฎหมายออกหนังสือแจ้ง สิ่งนี้คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า พลังของการรวมกลุ่มและเสียงร้องเรียนของผู้ถูกกระทำ สามารถทำให้เกิดการปกป้องสิทธิของผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม และล่าสุดสภาผู้บริโภคได้ยกระดับการคุ้มครองไปสู่มาตรการทางศาล โดยอยู่ระหว่างเตรียมฟ้องคดีบริษัททัวร์ที่มีผู้บริโภคกว่า 50 รายที่ร้องเรียนเข้ามาสภาผู้บริโภค เพื่อเป็นคดีตัวอย่างและสร้างบรรทัดฐานว่าผู้ประกอบการไม่ควรละเมิดสิทธิผู้บริโภค และความเสียหายที่เกิดขึ้นจะต้องมีผู้รับผิดชอบตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ในขณะเดียวกัน ตัวเลขความเสียหายข้างต้นก็ยังตอกย้ำว่าวงจรธุรกิจท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตความปลอดภัยทางการเงิน แม้แต่เรื่องที่ดูเหมือนเล็กน้อยอย่างที่พักหรือโรงแรมไม่ตรงปก หรือโฆษณาเกินจริงที่มีรวมกันเกือบ 100 เรื่อง ก็สร้างความเสียหายสะสมไปหลายแสนบาท บาดแผลทางโครงสร้างเหล่านี้คือโจทย์หินที่รัฐบาลใหม่ต้องพิสูจน์ว่าจะสามารถหยุดเลือดที่ไหลไม่หยุดนี้ได้อย่างไร ก่อนที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะล่มสลายไปมากกว่านี้

พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบตรวจสอบดิจิทัล

เมื่อพิจารณาถึงนโยบายที่พยายามตอบโจทย์ปัญหาผู้บริโภคถูกทัวร์หลอกลวงจากนอมินีและความเสียหายหลักสิบล้านบาท พรรคประชาชนมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้วยการเสนอแนวทางปราบปรามธุรกิจนอมินีและทุนต่างชาติแฝงอย่างจริงจัง เพื่อตัดวงจรการเชิดเงินหนีและการบริการที่ไร้มาตรฐานจากต้นทาง ควบคู่ไปกับการปลดล็อกกฎหมายที่พักขนาดเล็กเพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้เข้าสู่ระบบการตรวจสอบมาตรฐานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในขณะที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอการใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้ามาเป็นเกราะป้องกันผู้บริโภคผ่านระบบให้บริการครบแบบครบวงจร (One Stop Service) ที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อตรวจสอบความมีตัวตนจริงของผู้ประกอบการและป้องกันปัญหาเพจปลอมหรือการหลอกโอนเงินจองที่พักที่มักสร้างความเสียหายในโลกออนไลน์ รวมถึงการเน้นยกระดับทักษะแรงงานภาคบริการเพื่อลดข้อร้องเรียนด้านมาตรฐานบริการที่ไม่ตรงตามคำโฆษณา

พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่และบัญชีดำคนโกง

ในส่วนของการจัดการผู้ประกอบการที่เอาเปรียบประชาชน พรรคภูมิใจไทยเสนอโมเดลการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษการท่องเที่ยว โดยเน้นการให้อำนาจท้องถิ่นในการกำกับดูแลและตรวจสอบมาตรฐานผู้ประกอบการในพื้นที่ของตนเองอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะช่วยให้การระงับเหตุความเดือดร้อนทำได้รวดเร็วและตรงจุดมากกว่าการรอการสั่งการจากส่วนกลาง

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ชูนโยบายมาตรฐานความปลอดภัยสากล (Safety Standard) และมาตรการที่เด็ดขาดอย่างการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ผู้ประกอบการที่มีประวัติการทำผิดซ้ำซาก มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคัดกรองบริษัททัวร์และโรงแรมที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากตลาดทันที ซึ่งถือเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในการป้องกันความเสียหายก่อนที่จะสูญเสียเม็ดเงินก้อนใหญ่

พรรคพลังประชารัฐและพรรคไทยก้าวใหม่ มาตรฐานบริการที่เริ่มจากคนและสิ่งแวดล้อม

สำหรับปัญหาเรื่องการบริการที่ไม่ได้มาตรฐานและที่พักไม่ตรงปกที่เกิดจากความเสื่อมโทรม พรรคพลังประชารัฐเสนอแนวทางการกระจายรายได้สู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรพร้อมการยกระดับสวัสดิการพนักงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเชื่อว่าความมั่นคงในอาชีพของผู้ให้บริการจะเป็นรากฐานสำคัญในการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและลดปัญหาการละทิ้งหน้าที่ที่นำไปสู่เรื่องร้องเรียน

ด้านพรรคไทยก้าวใหม่นำเสนอแนวคิดการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) ที่มุ่งควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหามาตรฐานบริการที่ตกต่ำลงจากการรับลูกค้าเกินกำลังและสภาพที่พักที่เสื่อมสภาพเร็วเกินไป มาตรการนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพในสภาพแวดล้อมที่ได้รับการดูแลอย่างดี คุ้มค่ากับเงินทุกบาทที่เสียไป

เสียงจากผู้บริโภคคือทิศทางของรัฐบาลใหม่

บทสรุปของความเสียหายมูลค่านับล้านบาทตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือบทเรียนสำคัญที่บอกว่ารัฐบาลชุดใหม่ไม่อาจเพิกเฉยต่อสิทธิของผู้บริโภคได้อีกต่อไป แม้ภาพรวมนโยบายจากทั้ง 6 นโยบายพรรคการเมือง สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การรื้อโครงสร้าง การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม สถิติความเสียหายดังกล่าว คือเครื่องย้ำเตือนว่าผู้บริโภคต้องการกลไกที่ทำงานได้จริง

การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่ผู้บริโภคจะได้ส่งเสียงบอกว่า ผู้บริโภคต้องการรัฐบาลที่พร้อมจะเปลี่ยนเสียงร้องเรียนให้กลายเป็นเกราะคุ้มครองสิทธิอย่างยั่งยืน และทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกลับมาสร้างความเชื่อมั่น ร่วมสร้างความสุข รวมถึงไม่มีปัญหาลวงโลกและยุติคำว่าไม่ตรงปกอีกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง