Ribbon

3 พรรคประชัน นโยบาย ขนส่งสาธารณะ สร้าง “สงขลาเมืองยั่งยืน”

Getting your Trinity Audio player ready...
3 พรรคประชัน นโยบายขนส่งสาธารณะ สร้าง “สงขลาเมืองยั่งยืน”

เวทีนโยบายขนส่งสาธารณะ จ.สงขลา 3 พรรคการเมือง เห็นพ้องพัฒนา EV Bus ลดเลื่อมล้ำการเดินทาง

สมาคมผู้บริโภคสงขลา หน่วยงานประจำจังหวัดสงขลา สภาผู้บริโภค ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวที Songkhla Move Forward: ขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะ สู่อนาคตสงขลาเมืองยั่งยืน ผ่านมุมมองและวิสัยทัศน์ นโยบายการจัดการขนส่งสาธารณะในจังหวัดสงขลาของพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคร่วมไทยสร้างชาติ พร้อมทั้งเครือข่ายผู้บริโภคมอบข้อเสนอนโยบายต่อพรรคการเมือง

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขาอนุกรรมการด้านขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาระบบขนส่งสาธารณะว่า ปัญหาระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมีความแตกต่างกัน แต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนไม่ต่างกัน โดยข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่า คนกรุงเทพฯ ใช้ขนส่งสาธารณะเพียง 11.8% สะท้อนว่าระบบยังไม่ตอบโจทย์ แม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ขณะที่ค่าโดยสารรถไฟฟ้าและรถเมล์ราคาแพง ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับค่าเดินทางถึง 20–30% ของรายได้

ส่วนต่างจังหวัดยังเผชิญปัญหา รถน้อย คอยนาน ราคาแพง และบางพื้นที่ไม่มีขนส่งสาธารณะในเขตเทศบาลกว่า 20 จังหวัด ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องพึ่งรถส่วนตัว ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเหลื่อมล้ำด้านการเดินทาง

คงศักดิ์ ระบุว่า แนวคิดสำคัญของการพัฒนาขนส่งสาธารณะคือ การออกแบบเพื่อคนทุกคน (Universal Design) ให้ทุกกลุ่มเข้าถึงได้ ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และหญิงตั้งครรภ์ โดยต้องครบองค์ประกอบด้านระยะทาง ค่าโดยสาร เวลา และความปลอดภัย โดยสภาผู้บริโภคเสนอให้กำหนดค่าโดยสารไม่เกิน 10% ของรายได้ขั้นต่ำ ตามหลักสากลของธนาคารโลก และ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย พร้อมผลักดันให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการระบบขนส่งสาธารณะ ยกระดับความปลอดภัย สนับสนุนรถโดยสารในรูปแบบรถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) เพื่อลดมลพิษ และลดการพึ่งพาการสร้างถนนที่เอื้อต่อรถยนต์เป็นหลัก

คงศักดิ์ ย้ำว่า กฎหมายปัจจุบัน ทั้ง พ.ร.บ.กระจายอำนาจ และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก เปิดทางให้ท้องถิ่นจัดบริการขนส่งสาธารณะได้แล้ว เหลือเพียงการสนับสนุนเชิงนโยบายและงบประมาณจากส่วนกลาง เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นบริการพื้นฐานที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง

หนุน EV Bus ควบคู่ระบบราง

อรรถชาญ เชาวน์วานิชย์ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า เมืองหาดใหญ่ควรเดินหน้าพัฒนาระบบรถไฟฟ้า และรถโดยสาร EV Bus อย่างจริงจัง หลังพิสูจน์แล้วว่าการมีขนส่งสาธารณะสามารถช่วยแก้ปัญหาการเดินทางช่วงฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังน้ำท่วมได้ดี ที่ผ่านมาไทยลงทุนด้านถนนมากเกินไป ควรเร่งพัฒนา ระบบรางและโลจิสติกส์ทั้งประเทศ โดยเสนอให้พัฒนาระบบขนส่งเป็นโครงข่ายเดียวกันตั้งแต่มอเตอร์เวย์ รถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง เพื่อลดการเวนคืนซ้ำซ้อน และเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง พร้อมผลักดันระบบขนส่งเชื่อมต่อหาดใหญ่ – สงขลา

สำหรับการพัฒนาพื้นที่การค้าชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.สะเดา ยังติดอุปสรรคด้านกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎอัยการศึก กฎหมายนิคมอุตสาหกรรม และกฎหมายควบคุมการค้าชายแดน จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายกว่า 40 ฉบับ เพื่อจูงใจการลงทุน รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับขนส่งสาธารณะ เช่น พ.ร.บ.ขนส่งทางบก และกฎหมายผังเมือง เพื่อรองรับการพัฒนาระบบขนส่งโลจิสติกส์ในจังหวัดสงขลา

พรรคเพื่อไทยย้ำว่า การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอาจเกินขอบเขตอำนาจท้องถิ่น จำเป็นต้องผลักดันในระดับสภา โดย สส. สงขลา ต้องมีวิสัยทัศน์ด้านขนส่งสาธารณะ พร้อมระบุว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหาดใหญ่เป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะเมืองไม่สามารถย้ายหนีได้ และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี

ชู EV Bus – นาโนบัส พัฒนาขนส่ง ต่อยอดเมืองใหม่

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ พรรคประชาชน ระบุว่าการเมืองคือพื้นที่แห่งความหวังในการแก้ปัญหาขนส่งสาธารณะ เพราะหากปล่อยให้เป็นภาระของท้องถิ่นเพียงลำพัง จะติดข้อจำกัดและเดินหน้าได้ยาก โดยยกตัวอย่างประสบการณ์จัดระบบรถรับ – ส่งผู้ป่วยของโรงพยาบาลสะบ้าย้อยที่ตนเองได้ริเริ่มเมื่อเป็น ผู้อำนวยการโรงพยาบาล โดยนำรถของโรงพยาบาลมาจัดระบบขนส่งบริการผู้ป่วยที่มีใบส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลาจนประสบความสำเร็จ สะท้อนว่าหากออกแบบระบบขนส่งที่ตอบโจทย์ ประชาชนจะได้ประโยชน์โดยตรง

สำหรับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของเมืองหาดใหญ่ และ จังหวัดสงขลาพรรค เสนอให้พัฒนาด้วยระบบรถโดยสาร EV Bus และนาโนบัส แทนโมโนเรลที่ใช้งบลงทุนสูงและไม่คุ้มค่า โดยชี้ว่าแนวทางนี้จะสร้างประโยชน์ 3 ด้าน คือ หนึ่ง เพิ่มทางเลือกขนส่งสาธารณะ สอง กระตุ้นอุตสาหกรรมผลิตรถโดยสาร EV ของไทย และสาม ต่อยอดการพัฒนาเมืองใหม่หรือเขตเศรษฐกิจใหม่ที่มีการวางผังเมืองรองรับ

นอกจากนี้ ระบุว่า ค่าโดยสารต้องไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อไม่เพิ่มภาระประชาชน โดยรัฐควรอุดหนุนในช่วงเริ่มต้น พร้อมย้ำว่าแนวทางที่มีประสิทธิภาพคือ ให้เอกชนเป็นผู้เดินรถภายใต้กฎหมายและการกำกับของรัฐ ไม่ควรรอความพร้อมของท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว รวมทั้งควรพัฒนาที่ดินเมือง เช่น ที่ดินการรถไฟทั้งสองฝั่งรางยาวกว่า 12 กิโลเมตร และที่ดินสถานีรถไฟหาดใหญ่ เพื่อจัดสรรเป็นสวนสาธารณะ จุดจอด EV Bus ที่จอดรถ และพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ นำรายได้จากที่ดินมาอุดหนุนระบบขนส่งสาธารณะ

เสนอพัฒนาขนส่งครบวงจร – เปิดให้เอกชนร่วมลงทุน

ประกอบ อ่ำปลอด พรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่าปัญหาขนส่งสาธารณะในเมืองหาดใหญ่และจังหวัดสงขลาถึงเวลาต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจังโดยเสนอพัฒนาระบบขนส่งมวลชนแบบครบวงจร ทั้งรถโดยสาร EV Bus รถสองแถวไฟฟ้า รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ลดต้นทุนชีวิตประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจเมือง

อีกทั้งเพื่อไม่ให้กระทบผู้ประกอบอาชีพเดิมให้เทศบาลหรือ อบจ. บริหารจัดการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมสนับสนุนแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำให้เปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า ส่วนรถสองแถวและรถตุ๊กตุ๊กให้ปรับบทบาทเป็นเส้นทางรองเชื่อมต่อ EV Bus ในเส้นหลัก เพื่อสร้างโครงข่ายขนส่งทั่วเมือง

แนวทางหลักคือเปิดให้ภาคเอกชนลงทุนขนส่งสาธารณะเพื่อให้ดำเนินการได้รวดเร็ว ลดภาระงบประมาณรัฐ ขณะที่รัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่กำกับดูแล ควบคุมราคา และสนับสนุนเงินอุดหนุนให้ค่าโดยสารเป็นธรรม โดยย้ำว่าการวางเส้นทางต้องคำนวณความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อลดภาระการอุดหนุนในระยะยาว

นอกจากนี้ ต้องกำหนดให้เรื่องขนส่งสาธารณะเป็นวาระแห่งชาติไม่ว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาลหรือรัฐบาล ต้องสนับสนุนท้องถิ่น ร่วมมือภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม