| Getting your Trinity Audio player ready... |

ผลวสำรวจพบผู้บริโภคชาวสุรินทร์ยังพึ่งรถส่วนตัว 68.5% เหตุ ขนส่งสาธารณะ ล่าช้า ไม่สะดวก และเส้นทางไม่ครอบคลุม สภาผู้บริโภคเสนอ อบจ. จัด EV Bus ทดลอง 3 เส้นทาง
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 หน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ สภาผู้บริโภค ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบ ขนส่งสาธารณะ จังหวัดสุรินทร์ ครั้งที่ 2/2569 จัดโดยคณะทำงานพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดสุรินทร์ ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับแนวทางการจัดบริการขนส่งสาธารณะ พร้อมเสนอให้พิจารณาเส้นทาง จุดพักคอย รูปแบบการลงทุน ช่วงเวลาให้บริการ และการทดลองเดินรถ เพื่อประเมินความเหมาะสมและความต้องการใช้บริการจริงของประชาชนก่อนดำเนินการต่อไป
ในการประชุม วริศราลี แก้วปลั่ง ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมจากท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ นำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน 2569 เรื่อง “พฤติกรรมการเดินทางและความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์”ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สภาผู้บริโภค และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จากการศึกษาประชาชนจำนวน 1,530 คน ในปี 2569 พบว่า ประชาชนในพื้นที่ยังพึ่งพารถส่วนตัวสูงถึง 68.5% ขณะที่เหตุผลสำคัญที่ไม่เลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ ความล่าช้า 38.2% ความไม่สะดวก 23% และเส้นทางไม่ครอบคลุม 19.2% สะท้อนให้เห็นว่าระบบขนส่งสาธารณะที่มีอยู่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการเดินทางของประชาชนอย่างเพียงพอ
สำหรับแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนอำเภอเมืองสุรินทร์ หน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ของสภาผู้บริโภคเสนอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ (อบจ.) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดหรือร่วมจัดบริการขนส่งสาธารณะในรูปแบบรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) เนื่องจากมีอำนาจหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะ รวมถึงด้านการขนส่งสาธารณะและการวิศวกรรมจราจร อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
นอกจากนี้ มีการเสนอให้พัฒนาเส้นทางเดินรถหมวด 1 ใน 3 เส้นทาง โดยเฉพาะสายที่ 1 และสายที่ 2 พร้อมออกแบบเส้นทาง จุดจอด และตารางเวลา รวมถึงเสนอให้มีการทดลองเดินรถจริงเพื่อประเมินระยะเวลาเดินทางและความเหมาะสมของแต่ละเส้นทาง โดยสายที่ 1 เส้นทางกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 – บ้านตะเคียน และสายที่ 2 เส้นทางหลักเขต กม.9 – บ้านสลักได สายที่ 3 คือบ้านระหาร – โรงเรียนโคกกระเพอวิทยา ซึ่งขณะนี้แต่ละเส้นทางยังไม่มีผู้ถือใบอนุญาต โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์ได้มีการประกาศรับคำขอใบอนุญาตแล้ว ในสายที่ 1 และสายที่ 2 เนื่องจากผู้ประกอบการรายเดิมขอเลิกประกอบการ
สหชาติ คำพูน ขนส่งจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะประธานที่ประชุม ระบุว่า เห็นด้วยกับการจัดบริการขนส่งสาธารณะเพื่อประชาชนในจังหวัดสุรินทร์ และเสนอให้ศึกษารูปแบบการจัดการเดินรถและความเป็นไปได้อย่างรอบด้าน ทั้งเงินลงทุน การจัดหารถ การบำรุงรักษา รายรับ จำนวนผู้โดยสาร และงบประมาณในการบริหารจัดการระบบ โดยนำตัวอย่างการดำเนินงานจากจังหวัดอื่นมาประกอบการพิจารณา เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนสุรินทร์
ด้าน สุภาพร ถิ่นวัฒนากูล รองเลขาธิการสํานักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า การเข้าถึงบริการต่าง ๆ รวมถึงสิทธิในการเดินทางเป็นสิทธิของผู้บริโภค ประชาชนควรมีทางเลือกในการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้ โดย อบจ. มีบทบาทและศักยภาพในการจัดบริการขนส่งสาธารณะ ซึ่งไม่ควรมองเพียงรายได้หรือการขาดทุนจากการให้บริการ แต่ควรพิจารณาถึงคุณค่าที่ประชาชนและสังคมได้รับ ทั้งการลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง การเข้าถึงโรงเรียน โรงพยาบาล และบริการต่าง ๆ รวมถึงการลดอุบัติเหตุและการพึ่งพารถส่วนตัว โดยสภาผู้บริโภคอยู่ระหว่างศึกษาการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) เพื่อสะท้อนคุณค่าของระบบขนส่งสาธารณะที่มีต่อประชาชนและสังคม
“หลังจากกฎหมายเปิดทางให้ท้องถิ่นมีบทบาทในการจัดบริการสาธารณะมากขึ้น หลายจังหวัดจึงเริ่มขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะอย่างจริงจัง โดยสภาผู้บริโภคร่วมกับ สสส. เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะใน 12 จังหวัด เพื่อผลักดันให้ท้องถิ่นจัดบริการที่เหมาะสมกับประชาชน โดยจังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการขับเคลื่อน” สุภาพร กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีข้อเสนอด้านการจัดบริการขนส่งสาธารณะในรูปแบบอื่น คือ กลุ่มภาคเอกชนผู้สนใจมีแนวคิดรวมตัวจัดตั้งในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการขนส่งสาธารณะในพื้นที่และร่วมพัฒนาเมืองสุรินทร์ ให้มีระบบขนส่งสาธารณะที่ทั่วถึง ปลอดภัย และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนทุกคน



