| Getting your Trinity Audio player ready... |

ซื้อตั๋ว รถทัวร์วีไอพี แต่ถูกให้นั่งห้องเก็บสัมภาระ สภาผู้บริโภคชี้ผู้โดยสารมีสิทธิได้รับบริการตามที่จ่ายเงินและเดินทางอย่างปลอดภัย แนะกรมการขนส่งทางบกคุมเข้มจุดตรวจ
จากกรณีเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 มีผู้บริโภคใช้บริการ รถทัวร์วีไอพี เพื่อเดินทางจาก อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ ไปยัง อ.พานทอง จ.ชลบุรี แต่เมื่อขึ้นรถกลับพบว่าที่นั่งเต็ม และถูกพนักงานจัดให้นั่งภายในห้องเก็บสัมภาระใต้ห้องโดยสาร โดยแจ้งว่าเป็นรถเสริมและสามารถโดยสารได้นั้น สภาผู้บริโภคชี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหามาตรฐานความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะ และการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร พร้อมเร่งหน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำผิด
เร่งตรวจสอบ – ยกระดับความปลอดภัย
คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า กรณีจัดให้ผู้บริโภคนั่งเบาะเสริม ที่นั่งพิเศษ หรือพื้นที่ที่ไม่ควรใช้สำหรับการโดยสารเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และหลายครั้งเรื่องจะถูกเปิดเผยต่อเมื่อมีผู้โดยสารถ่ายคลิปลงโซเชียลมีเดีย เหตุการณ์ลักษณะนี้จึงสะท้อนทั้งปัญหามาตรฐานความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะ และการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุการณ์เช่นนี้ผ่านจุดตรวจหรือจุด Check Point ของกรมการขนส่งทางบกได้อย่างไร
ทั้งที่พื้นที่เก็บสัมภาระถูกออกแบบไว้สำหรับบรรทุกสิ่งของ ไม่ใช่สำหรับการโดยสาร และไม่มีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยรองรับผู้โดยสารหากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ที่โดยสารที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวย่อมมีความเสี่ยงได้รับอันตรายมากกว่าผู้ที่อยู่ภายในห้องโดยสาร ดังนั้นจึงไม่ควรนำมาใช้เป็นพื้นที่สำหรับให้บริการผู้โดยสาร
คงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการมีหน้าที่ให้บริการตามมาตรฐานและเงื่อนไขที่แจ้งแก่ผู้โดยสาร เมื่อจำหน่ายตั๋วรถประเภทวีไอพี ก็ต้องจัดที่นั่งให้เป็นไปตามมาตรฐาน หากที่นั่งไม่เพียงพอควรแจ้งผู้โดยสารล่วงหน้า พร้อมเสนอทางเลือก เช่น เปลี่ยนเที่ยวเดินทางหรือคืนค่าโดยสาร ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยการนำผู้โดยสารไปนั่งในพื้นที่ที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับการโดยสาร เพราะความปลอดภัยของผู้โดยสารต้องเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ หรือเหตุร้ายแรง
พร้อมกันนี้ คงศักดิ์ เรียกร้องให้กรมการขนส่งทางบก และบริษัท ขนส่ง จำกัด ในฐานะคู่สัญญา เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งประเด็นการรับผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง การใช้รถเสริม พร้อมออกมาตรการเข้มงวดในทุกจุด Check Point ที่ไม่ใช่แค่เป็นจุดสำหรับให้พนักงานขับรถลงชื่อเท่านั้น และหากพบการกระทำผิดต้องดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุด และเปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบการต่อสาธารณะ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
ขายตั๋วเกินที่นั่งเข้าข่ายผิดกฎหมาย ผู้โดยสารเสี่ยงอันตราย
ด้านสำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยกับสภาผู้บริโภคว่า กรณีดังกล่าวหลังจากมีการเผยเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ กรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที จึงมีการเชิญนายท่ารถ ผู้ประกอบการ และพนักงานขับรถเข้าชี้แจงต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ในช่วงวันหยุดยาวมีผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมากจนตั๋วโดยสารเต็ม แต่ผู้โดยสารมีความจำเป็นต้องเดินทาง ขณะที่เจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋วได้ออกตั๋วเสริมและจัดให้ผู้โดยสารนั่งบริเวณที่นั่งพักของคนขับ ซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่เก็บสัมภาระใต้ห้องผู้โดยสาร อย่างไรก็ตามระหว่างการเดินทางผู้โดยสารเกิดความอึดอัด หายใจไม่สะดวก จึงบันทึกภาพและส่งให้ญาติ ก่อนที่เรื่องจะถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์
สำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และเงื่อนไขการประกอบการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก ในประเด็นการขายตั๋วเกินอัตราที่กำหนด มีโทษปรับ 5,000 บาท และการรับผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งที่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับ 10,000 บาท โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดจะดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย พร้อมตักเตือนผู้ประกอบการให้ปรับปรุงมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ หรือเหตุลักษณะที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารขึ้นอีก
ทั้งนี้หากพบการกระทำความผิดซ้ำ สำนักงานขนส่งจังหวัดสามารถเสนอให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการเดินรถในเส้นทางดังกล่าวได้
ไม่ใช่ครั้งแรก เหตุเสี่ยงผู้โดยสารยังเกิดซ้ำ
ทั้งนี้ เหตุการณ์ผู้โดยสารถูกจัดให้นั่งในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 มีผู้บริโภคร้องเรียนต่อหน่วยงานประจำจังหวัดขอนแก่น สภาผู้บริโภค กรณีซื้อตั๋วโดยสารจากหนองคายไประยอง ราคา 1,540 บาท โดยชำระเงินกับคนขับรถ แต่ไม่ได้รับตั๋วโดยสาร เมื่อขึ้นรถกลับไม่มีเบาะเสริมให้นั่งตามที่แจ้งไว้ แต่ถูกจัดให้นั่งบนที่นอนคนขับรถ ซึ่งมีผู้โดยสารนั่งแออัดรวม 3 คน และยังถูกปล่อยลงก่อนถึงจุดหมายปลายทาง
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 หน่วยงานประจำจังหวัดขอนแก่น สภาผู้บริโภค ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคายเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคายมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการเป็นเงิน 5,000 บาท พร้อมให้ผู้ขับรถเข้ารับการอบรมในหัวข้อจิตสำนึก มารยาท และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ รวมทั้งให้คำมั่นว่าจะไม่กระทำผิดในลักษณะเดิมซ้ำอีก
อย่างไรก็ตาม การเกิดเหตุในลักษณะใกล้เคียงกันซ้ำอีกครั้ง สะท้อนว่าปัญหาการจัดที่นั่งที่ไม่เหมาะสมและการกำกับดูแลมาตรฐานการให้บริการรถโดยสารสาธารณะยังต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง จึงจำเป็นต้องยกระดับการตรวจสอบผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับบริการตามมาตรฐานและไม่ต้องตกอยู่ในความเสี่ยงระหว่างการเดินทาง
แนะผู้โดยสารรู้สิทธิ – ร้องเรียนเมื่อพบการเดินทางไม่ปลอดภัย
ในช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลที่มีประชาชนเดินทางจำนวนมาก มักพบปัญหาการจำหน่ายตั๋วเกินจำนวนที่นั่ง การจำหน่ายตั๋วโดยสารเกินราคา การใช้รถเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการจัดที่นั่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสิทธิของผู้โดยสาร หากผู้ประกอบการมุ่งจำหน่ายตั๋วเพื่อให้ได้ผู้โดยสารมากที่สุดโดยละเลยมาตรฐานด้านความปลอดภัย ย่อมเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และอาจนำไปสู่ความเสียหายรุนแรงแก่ผู้โดยสารระหว่างการเดินทาง
สภาผู้บริโภคแนะนำว่า ผู้โดยสารควรซื้อตั๋วจากช่องทางที่น่าเชื่อถือ เช่น เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วหรือช่องทางออนไลน์ของผู้ประกอบการโดยตรง และไม่ควรยินยอมโดยสารในพื้นที่ที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับผู้โดยสาร แม้รถจะเต็มหรือเป็นรถเสริมก็ตาม หากพบการจำหน่ายตั๋วเกินจำนวนที่นั่ง หรือการให้บริการที่ไม่ปลอดภัย สามารถร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก สายด่วน 1584 หรือ บขส. CallCenter 1490 หรือแจ้งมายังสภาผู้บริโภค โทร 1502 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เบาะเสริม – บรรทุกเกิน ปัญหาที่แก้ไม่ได้ของรถตู้โดยสาร
หนุ่มอัดคลิประบาย อ้างโดนพนักงานรถทัวร์ให้นั่งในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถ



