Ribbon

ดัน EV Bus อยุธยา เชื่อมเมือง – มรดกโลก แก้ปัญหาน้ำมันแพง

Getting your Trinity Audio player ready...
ดัน EV Bus อยุธยา เชื่อมเมือง – มรดกโลก แก้ปัญหาน้ำมันแพง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สภาผู้บริโภค เข้าหารือร่วมกับ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อประชุมแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับการเติบโตของเมือง และสถาการณ์วิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน โดยมีการเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม

ในการประชุมวันนี้ ทุกภาคส่วนเห็นพ้องถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะการเดินทางภายในเมืองและการเชื่อมต่อระหว่างอำเภอ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสภาผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมีการนำเสนอตัวอย่างจากหลายจังหวัดที่ อบจ. ได้พัฒนาและยกระดับบริการด้านนี้อย่างต่อเนื่อง

ดัน EV Bus อยุธยา เชื่อมเมือง – มรดกโลก แก้ปัญหาน้ำมันแพง

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า วิกฤตน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน ทำให้ทุกภาคส่วนมีความเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ด้วยการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่ปลอดภัย ตรงต่อเวลา ครอบคลุมพื้นที่ รวมถึงสามารถเชื่อมโยงการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งภายในจังหวัดและระหว่างอำเภอ

สุรศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันระบบขนส่งสาธารณะในอยุธยามีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งสภาพรถที่เก่า การให้บริการที่ล่าช้า และความไม่แน่นอนของตารางเวลา ส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาพลักษณ์ของจังหวัดในฐานะเมืองมรดกโลก หากมีการพัฒนาอย่างจริงจังจะช่วยยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนและด้านการท่องเที่ยว ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งให้มีแผนแม่บทขนส่งสาธารณะของเมือง เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยเริ่มต้นการพัฒนาเส้นทางเดินรถสาย 3 ให้เป็นเส้นทางนำร่องใช้รถบัสไฟฟ้า (EV Bus) ให้บริการรอบเมือง เชื่อมต่อโรงเรียน แหล่งท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว และมีการใช้เทคโนโลยีระบบติดตามรถแบบเรียลไทม์การใช้แอปพลิเคชัน และระบบชำระเงินที่หลากหลาย

สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า เป้าหมายสูงสุด คือ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สะดวก และมีค่าโดยสารที่เป็นธรรม รองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจ การเดินทางและการท่องเที่ยวในอนาคต โดยคาดว่าในระยะใกล้จะเริ่มการทดลองเดินรถในบางเส้นทาง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน

ดัน EV Bus อยุธยา เชื่อมเมือง – มรดกโลก แก้ปัญหาน้ำมันแพง

สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า อบจ.อยุธยา เตรียมเดินหน้าโครงการรถ EV Bus ในเส้นทางนำร่องสาย 3 เพื่อยกระดับการเดินทางของประชาชน ขณะเดียวกันในเส้นทางอื่น ๆ หากผู้ประกอบการเอกชนที่ถือสัมปทานเส้นทางยังไม่พร้อมพัฒนาคุณภาพบริการ อบจ.อยุธยา มีแผนเข้าไปดำเนินการแทน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างทั่วถึง โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายก อบจ.อยุธยา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนด้านขนส่งสาธารณะ และมีการประชุมวางแผนมาอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ได้แถลงต่อสภา อบจ. และยืนยันว่าจะผลักดันให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป

ชลดา บุญเกษม ประธานศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคฯ และสภาผู้บริโภคได้พัฒนาฐานข้อมูลเพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นภาพปัญหาและอุปสรรคของเมืองอยุธยาอย่างชัดเจน ซึ่งในขณะนี้เตรียมร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการสำรวจความต้องการใช้บริการขนส่งสาธารณะของประชาชน เพื่อผลักดันเส้นทางเดินรถสาย 3 วิ่งรอบเมือง โดยจะพัฒนาแนวเส้นทางร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ อบจ.อยุธยา เพื่อตอบโจทย์ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้เสนอให้ใช้รถ EV Bus เป็นระบบหลักในการให้บริการ เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับกับบริบทเมืองท่องเที่ยวมรดกโลก

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ และผู้รับผิดชอบโครงการสานพลังความร่วมมือท้องถิ่นฯ ระบุว่า บทบัญญัติของกฎหมายได้เปิดช่องให้ อบจ. สามารถดำเนินการจัดหรือสนับสนุนบริการสาธารณะได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะด้านการขนส่งสาธารณะที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งสามารถประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาระบบบริการให้เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงาน โดยสภาผู้บริโภคยืนยันความพร้อมในการสนับสนุน อบจ.พระนครศรีอยุธยา ในการจัดทำและขับเคลื่อนแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

สำหรับเส้นทางเดินรถสาย 3 ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ผ่านจุดสำคัญ ดังนี้ ขาไป จุดเริ่มต้น จากสถานีรถไฟอยุธยา ข้ามสะพานปรีดีพนมยงค์ ผ่านราชภัฏอยุธยา ผ่านโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ข้ามสะพานวัดกษัตราธิราช สิ้นสุดที่วัดไชยวัฒนาราม

ขากลับ จุดเริ่มต้น จากวัดไชยวัฒนาราม ผ่านหัวแหลม โรงเรียนประตูชัย วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา โรงเรียนอนุบาลพระนครศรีอยุธยา เลี้ยวขวาเข้าถนนชีกุน ผ่านวัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ ผ่านวงเวียน อยว. เลี้ยวซ้ายเข้าถนนโรจนะ ผ่านที่ว่าการอำเภอพระนครศรีอยุธยา ข้ามสะพานปรีดี สิ้นสุดที่สถานีรถไฟอยุธยา


ผู้บริโภค 4 จังหวัด ยื่น อบจ. เร่ง ขนส่งสาธารณะ สู้วิกฤตน้ำมันแพง

ดัน ‘สมุทรสงคราม’ สู่ต้นแบบโมเดลขนส่งสาธารณะ จังหวัดขนาดเล็ก