| Getting your Trinity Audio player ready... |

อนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาผู้บริโภค พิจารณาแนวทางยกระดับการซื้อสินค้าและบริการที่ปลอดภัยบนแพลตฟอร์มออนไลน์สามเรื่องสำคัญ 1. การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 2.การติดตามการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับเฟซบุ๊กในประเทศไทย และ 3. การใช้ e-Escrow กับแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์
ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป ครั้งที่ 9/2567 ซึ่งมี ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง กรรมการนโยบายสภาผู้บริโภค เป็นประธานที่ประชุม ได้มีการพิจารณาการจัดทำข้อเสนอเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อสินค้าและบริการจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ จำนวน 3 เรื่องคือ
เรื่องที่หนึ่ง การจัดทำข้อเสนอต่อแพลตฟอร์มในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ประชุมอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาประเภทสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะเสนอต่อ สมอ. ให้มีการควบคุมมาตรฐานบังคับตามความจำเป็น ในเบื้องต้นเห็นว่าควรเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน กลุ่มเครื่องมือช่าง และกลุ่มระบบกักเก็บพลังงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของครัวเรือน กระทบต่อผู้บริโภคจำนวนมาก อีกทั้งประเทศไทยก็ไม่ใช่ฐานผลิต และจำหน่ายสินค้าในกลุ่มดังกล่าว ประกอบกับยังมีข้อกังวลเรื่อง การทะลักเข้าของสินค้าจีนเข้า ซึ่งไม่มีมาตรฐาน และมีการเปิดร้านค้าจำนวนมากบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยที่ประชุมอนุกรรมการฯ สนับสนุนให้มีการทำสำรวจความคิดเห็นกับองค์กรของผู้บริโภคในการช่วยคัดเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องมีการยกระดับมาตรฐาน เพื่อให้สมาชิกของสภาผู้บริโภคได้มีส่วนร่วม
เรื่องที่สอง การจัดทำข้อเสนอถึงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรณีการแต่งตั้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ Meta Platform, Inc. หรือเฟซบุ๊กในประเทศไทย ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้ให้ความหมาย “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ว่าหมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
และในมาตรา 37(5) กำหนดหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไว้ว่า ในกรณีที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่นอกราชอาณาจักร จะต้องแต่งตั้งตัวแทนของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหนังสือซึ่งตัวแทนต้องอยู่ในราชอาณาจักรและตัวแทนต้องได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิดใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หากไม่ดำเนินการจะมีโทษทางปกครองตามมาตรา 86 ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินสามล้านบาท
เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการกำกับดูแลเฟซบุ๊กในประเทศไทยที่เกิดปัญหาปล่อยให้มีการหลอกลวงประชาชนและผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊ก ที่ประชุมอนุกรรมการฯ จึงเห็นควรให้มีการทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ว่าเฟซบุ๊กในประเทศไทยได้มีการดำเนินการแต่งตั้งตัวแทนของตัวเองแล้วหรือไม่ หากไม่ดำเนินการจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายและต้องเร่งรัดให้เฟซบุ๊กปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยให้ได้
เรื่องที่สาม คือ การจัดทำข้อเสนอต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ให้แพลตฟอร์มที่มีการซื้อขายสินค้าและบริการทางออนไลน์พัฒนาระบบ e-Escrow ในการชำระเงิน ด้วยระบบ e-Escrow ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการชำระเงินออนไลน์ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเก็บเงินจนกว่าผู้ขายจะส่งสินค้าถึงผู้ซื้อและผู้ซื้อยืนยันว่าได้รับสินค้าตามที่ตกลงกัน ซึ่งในประเทศไทย หลายแพลตฟอร์ม eCommerce ได้ใช้ระบบ e-Escrow หรือบริการที่คล้ายคลึงกันแต่บางแพลตฟอร์มก็ไม่มีบริการส่วนนี้
เช่น Lazada และ Shopee มีการใช้ตัวกลางในการดูแลการชำระเงินจนกว่าผู้ซื้อจะได้รับสินค้าตามที่สั่ง โดยมีการปกป้องการชำระเงินจนกว่าผู้ซื้อจะยืนยันการได้รับสินค้า Tarad มีการใช้ e-Escrow ในการดำเนินการชำระเงินเพื่อความปลอดภัย TikTok มีฟีเจอร์การขายสินค้าผ่าน TikTok Shop แต่ระบบการชำระเงินยังไม่มี e-Escrow และ Meta มี Facebook Marketplace และ Instagram Shopping ยังไม่ทราบว่ามีการใช้ e-Escrow หรือไม่ซึ่งที่ประชุมอนุกรรมการฯ เห็นชอบให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจ และดำเนินการจัดทำร่างข้อเสนอในเรื่องนี้ต่อไป



