| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภค – สสส. ชง 4 มาตรการเร่งด่วนยกระดับ “รถรับส่งนักเรียน ปลอดภัย” หลังอุบัติเหตุปี 69 พุ่ง เด็กเจ็บ 167 คน
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สภาผู้บริโภคร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าร่วมให้ข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อแนวทางพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย ต่อ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในการประชุมบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียน โดยมี สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า สถานการณ์อุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนในปี 2569 ยังคงน่าเป็นห่วง โดยข้อมูลจากการเฝ้าระวังพบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม – ต้นพฤษภาคมปี 2569 เกิดอุบัติเหตุแล้วอย่างน้อย 11 ครั้ง มีเด็กนักเรียนเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บรวม 167 คน ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับรุนแรงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความประมาทและพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ ขณะที่บางกรณีพบปัญหารถผิดกฎหมายและการดัดแปลงสภาพรถโดยไม่ได้มาตรฐาน สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากบุคคลเพียงรายเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงระบบที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ สถานการณ์อุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถตู้รับส่งนักเรียนเสียหลักตกข้างทางในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้นักเรียนบาดเจ็บ 14 คน และจากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นรถรับส่งนักเรียน รวมถึงมีการดัดแปลงสภาพรถเพื่อรองรับผู้โดยสารเกินมาตรฐานทั้งนี้ สถานการณ์อุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถตู้รับส่งนักเรียนเสียหลักตกข้างทางในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้นักเรียนบาดเจ็บ 14 คน และจากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นรถรับส่งนักเรียน รวมถึงมีการดัดแปลงสภาพรถเพื่อรองรับผู้โดยสารเกินมาตรฐาน
คงศักดิ์ กล่าวว่า ได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ อาทิ การผลักดันให้เกิดการจัดทำข้อมูลรถรับส่งนักเรียนที่แท้จริง เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานรัฐยังไม่มีข้อมูลว่า มีรถรับส่งนักเรียนที่ไม่อยู่ในระบบให้บริการทั้งหมดเท่าไหร่ และการผลักดันให้เกิด “โรงเรียนศูนย์เรียนรู้การจัดการรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย” ในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้โรงเรียนเป็นจุดจัดการ การเดินทางของเด็กนักเรียนอย่างเป็นระบบ ให้โรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำไปขยายผลและพัฒนามาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ของตนเองได้
“ความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียนไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้เกิดความสูญเสียก่อนจึงค่อยแก้ไข แต่เป็นสิทธิพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้รับ พร้อมเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานร่วมกันผลักดันมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง เพื่อให้เด็กสามารถเดินทางไป – กลับโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยในทุกวัน” คงศักดิ์ กล่าว
สำหรับข้อเสนอของสภาผู้บริโภคต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มี 4 ข้อ ได้แก่
- เร่งอนุมัติการปรับหลักเกณฑ์การใช้จ่ายกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อให้สามารถสนับสนุนการปรับปรุงรถรับส่งนักเรียนและระบบบริหารจัดการได้อย่างเป็นรูปธรรม
- ขยายมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำมันสำหรับรถรับส่งนักเรียนที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ
- สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดบริการรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ได้
- จัดทำฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ ทั้งรถที่ขึ้นทะเบียนและไม่ได้ขึ้นทะเบียน เพื่อใช้กำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งต่อมาผู้ตรวจการแผ่นดินได้นำข้อเสนอดังกล่าวบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรี จนนำไปสู่มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ที่มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการยกระดับความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน ในปี 2569 สภาผู้บริโภค ร่วมกับ สสส. และผู้ตรวจการแผ่นดิน พัฒนา “เกณฑ์ประเมินการเดินทางเด็กนักเรียนที่ปลอดภัย” ภายใต้แนวคิด “ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน” ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างรถ บุคลากร การบริหารจัดการ และระบบติดตามประเมินผล โดยมุ่งเน้น 3 ประเด็นเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน ความปลอดภัยของรถทัศนศึกษา และความปลอดภัยจากการใช้รถจักรยานยนต์รวมถึงการสวมหมวกกันน็อกของเด็กนักเรียน เพื่อเป็นแนวทางการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการปรับปรุงและพัฒนาเกณฑ์ประเมิน
ทั้งนี้ หากเกณฑ์ดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ จะถูกนำไปใช้กับนำร่องใน 12 จังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ “สานพลังความร่วมมือท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกคนขึ้นได้” ได้แก่ 1) พระนครศรีอยุธยา 2) ประจวบคีรีขันธ์ 3) น่าน 4) เชียงใหม่ 5) ลำปาง 6) ขอนแก่น 7) สุรินทร์ 8) ภูเก็ต 9) สงขลา 10) ปัตตานี 11) กาญจนบุรี 12) กรุงเทพฯ และ 10 จังหวัดขยายผล ได้แก่ 1) เชียงราย 2) พะเยา 3) ลำพูน 4) ร้อยเอ็ด 5) สตูล 6) สุราษฎร์ธานี 7) สมุทรสงคราม 8) นครปฐม 9) เพชรบุรี 10) กาฬสินธุ์ หลังจากนั้นจมีการขยายเพิ่มเติมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รถรับส่งนักเรียนชนกัน เด็กเจ็บ 25 ราย เร่งยกระดับความปลอดภัย



