Ribbon

เช่า รถเมล์ไฟฟ้า 800 คัน ส่อเอื้อเอกชน? ได้สัมปทานแต่ไม่วิ่ง

Getting your Trinity Audio player ready...

จากกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดเรื่องการให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เช่ารถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) จำนวน 800 คัน จาก บริษัท ไทยสมายบัส จำกัด เพื่อนำมาให้บริการแทนรถเมล์ร้อน เพจรถเมล์ไทยชี้ รถเมล์ดังกล่าวเป็นรถที่อยู่ในระบบบริการเดิมอยู่แล้ว พร้อมเสนอรัฐแก้ปัญหารถไม่พอในบางเส้นทาง ซื้อคืนกิจการรถเมล์จากเอกชน จัดทำเป็นระบบรัฐสวัสดิการ ควบคู่ปฏิรูปเส้นทาง พัฒนาตั๋วร่วมเชื่อมทุกระบบ และใช้รายได้โฆษณาช่วยอุดหนุนค่าโดยสารประชาชน

วันที่ 23 เมษายน 2569 อภิสิทธิ์ มานตรี ผู้ดูแลเพจรถเมล์ไทย กล่าวถึงกรณีการเช่ารถเมล์ไฟฟ้า 800 คัน ว่า นโยบายดังกล่าวอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ เนื่องจากรถเมล์ไฟฟ้าทั้ง 800 คัน เป็นรถที่อยู่ในระบบบริการเดิมภายใต้เส้นทางสัมปทาน 124 เส้นทางอยู่แล้ว และมีข้อสังเกตว่าอาจไม่ได้ถูกนำออกมาให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยพบว่ารถบางส่วนไม่ได้ถูกปล่อยวิ่งให้บริการ และบางส่วนอยู่ระหว่างจอดรอซ่อม

ทั้งนี้ แม้เงื่อนไขกำหนดให้แต่ละเส้นทางมีรถให้บริการขั้นต่ำ 10 คัน แต่ในทางปฏิบัติพบว่า รถเมล์บางสายมีรถออกวิ่งจริงเพียง 2 – 3 คัน และในบางช่วงเวลา เช่น วันหยุด ไม่มีรถให้บริการ ส่งผลให้มีรถจอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน สาเหตุอาจมาจากบางเส้นทางมีผู้โดยสารน้อยจนไม่คุ้มทุนในการเดินรถ ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อผู้โดยสาร เพราะไม่ได้รับบริการอย่างทั่วถึงตามที่กำหนดไว้

“จากการสอบถามพนักงาน ขสมก. และไทยสมายบัส พบว่า จำนวนรถเมล์อีวีที่ไม่ได้ออกให้บริการและรถจอดซ่อม บางช่วงเวลามีมากถึง 700 – 800 คัน สะท้อนปัญหาคุณภาพของรถ นอกจากนี้ยังมีรถบางส่วนที่ไม่ได้นำไปวิ่งในเส้นทางที่ผู้โดยสารน้อย ทำให้การลดจำนวนเที่ยววิ่ง ผู้โดยสารต้องรอนานขึ้น และบางช่วงเวลาไม่มีบริการเลย” อภิสิทธิ์ กล่าว

อภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า กรมการขนส่งทางบกน่าจะทราบปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอดจากการร้องเรียนของประชาชน แต่ยังไม่พบว่ามีการตรวจสอบอย่างจริงจัง ทั้งที่ตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยกำกับดูแลสามารถเรียกผู้ประกอบการมาชี้แจง ตักเตือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตเดินรถได้ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัมปทาน

สำหรับแนวคิดการนำรถเมล์ไฟฟ้าปรับอากาศมาให้บริการในอัตราค่าโดยสารเท่ากับรถเมล์ร้อน 8 บาท อภิสิทธิ์มองว่า เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในด้านคุณภาพการเดินทางที่ดีขึ้น แต่หากรัฐบาลต้องการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืน ควรพิจารณาซื้อคืนกิจการรถเมล์ในกรุงเทพฯ จากภาคเอกชน เพื่อนำมาจัดทำเป็นระบบรัฐสวัสดิการ พร้อมปฏิรูปเส้นทางการเดินรถ และพัฒนาระบบตั๋วร่วมเชื่อมโยงการเดินทาง ทั้งรถ ล้อ ราง และเรือ รวมถึงบริหารรายได้จากโฆษณาเพื่อนำมาอุดหนุนค่าโดยสารให้ประชาชน

นอกจากนี้ ได้ยกตัวอย่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการให้บริการรถโดยสารประจำทางปรับอากาศในอัตราค่าโดยสารต่ำเพียง 1 ริงกิต หรือ 8 บาท และบางเส้นทางให้บริการฟรี ส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างทั่วถึง และเป็นประโยชน์ต่อสารธารณะในภาพรวม