| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภค แนะกรณีซื้อ คอนโดไม่ตรงปก ผู้บริโภคมีสิทธิเรียกร้องให้ซ่อมแซม หรือ บอกเลิกสัญญา พร้อมขอเงินคืนและเรียกค่าเสียหาย
จากกรณีผู้บริโภครายหนึ่งร้องเรียนหลังซื้อคอนโดมิเนียมหรู มูลค่า 13 ล้านบาท แต่เมื่อเข้าตรวจสอบและเข้าอยู่อาศัยจริงกลับพบว่าเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งไว้เดิมไม่สามารถทำความเย็นได้ อีกทั้งพื้นห้องน้ำมีระดับสูงกว่าพื้นห้องนอน ส่งผลให้เกิดความเสียหายลุกลามไปยังเฟอร์นิเจอร์ ประตู และตู้เก็บของ สะท้อนปัญหาคุณภาพการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน สภาผู้บริโภคย้ำผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญา และขอเงินคืนได้
คอนโดไม่ตรงปก ผู้ขายต้องรับผิดชอบ
โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นถือเป็นความบกพร่องจากการก่อสร้าง ไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานภายหลัง ดังนั้น เบื้องต้นผู้บริโภคสามารถเรียกร้องให้ผู้ขายซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพใช้งานได้ตามปกติ หากความเสียหายลุกลามไปยังทรัพย์สินอื่น เช่น เฟอร์นิเจอร์บวมชื้น ตู้เก็บของขึ้นรา หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการต้องไปพักอาศัยที่อื่น ก็สามารถเรียกร้องค่าเสียหายและค่าขาดประโยชน์ได้
หรือในกรณีที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้เลย หรือกรณีมีเหตุร้ายแรงอื่น ๆ ผู้บริโภคมีสิทธิ “บอกเลิกสัญญา” เนื่องจากผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของสัญญา เมื่อเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ผู้ขายต้องคืนเงินตามจำนวนที่ผู้ซื้อชำระไปทั้งหมด พร้อมค่าเสียหายที่พิสูจน์ได้
“อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องให้ซื้อคืนในราคาตลาดปัจจุบันที่อาจสูงขึ้นจากวันที่ทำสัญญา มักทำได้ยาก เพราะหลักกฎหมายมุ่งคืนสภาพเดิม มิใช่การคำนวณกำไรหรือส่วนต่างในอนาคต” โสภณระบุ
5 เรื่องสำคัญต้องดู ก่อนเลือกซื้อ ‘คอนโด’
สำหรับคำแนะนำถึงผู้บริโภคที่กำลังจะเลือกซื้อคอนโด นายโสภณระบุว่า ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดสิ่งแรกที่ต้องทำคือการศึกษารายละเอียดโครงการอย่างรอบคอบ ผู้บริโภคควรตรวจสอบว่าผู้พัฒนาโครงการเป็นบริษัทใด มีประวัติการดำเนินธุรกิจอย่างไร เคยมีข้อร้องเรียนหรือคดีความหรือไม่ พร้อมทั้งลงพื้นที่ดูสถานที่จริงเพื่อประเมินทำเล สภาพแวดล้อม การเดินทาง และหากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ ควรขอเข้าชมห้องตัวอย่างหรือห้องจริง เพื่อตรวจสอบว่าตรงตามที่โฆษณาไว้หรือไม่
ต่อมาคือ “สัญญาจอง” ซึ่งไม่มีกฎหมายเฉพาะควบคุมเช่นเดียวกับสัญญาจะซื้อจะขาย ผู้ซื้อจึงต้องอ่านเงื่อนไขอย่างละเอียด โดยเฉพาะกรณียื่นกู้สินเชื่อแล้วธนาคารไม่อนุมัติ จะได้รับเงินจองหรือเงินดาวน์คืนหรือไม่ รวมถึงโปรโมชั่นหรือของแถมที่พนักงานขายแจ้ง ควรระบุเป็นลายลักษณ์อักษรในสัญญาเพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต
โสภณ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด ปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งกำหนดให้ธุรกิจขายห้องชุดเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา และมีแบบสัญญามาตรฐานของกรมที่ดิน (แบบ อ.ช.22) เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค โดยต้องระบุรายละเอียดห้องชุด เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา และการรับประกันความชำรุดบกพร่องอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ข้อสัญญาที่ตัดหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจเกินสมควร อาจเข้าข่ายเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
ที่สำคัญคือ ก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อควรตรวจรับห้องอย่างละเอียดด้วยตนเองหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ หากพบความชำรุดบกพร่องต้องให้โครงการแก้ไขให้แล้วเสร็จก่อนรับโอน ไม่ควรรีบโอนตามคำกล่าวอ้างว่าจะซ่อมภายหลัง เพราะหากโอนแล้ว โครงการอาจแก้ไขล่าช้าหรือปล่อยให้หมดระยะประกัน นอกจากนี้ ตามกฎหมายอาคารชุด “ส่วนควบ” เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา หรืออุปกรณ์ติดตั้ง มีระยะรับผิด 1 ปี ส่วน “โครงสร้างอาคาร” เช่น เสา คาน ผนัง มีระยะรับผิด 5 ปี หากเกิดจากการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ผู้ขายต้องรับผิดชอบ
และสุดท้ายคือการตรวจสอบเอกสารแบบก่อสร้าง และหลีกเลี่ยงการทำสัญญาในนามบุคคลธรรมดา ทั้งที่โฆษณาในนามบริษัท เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงทางกฎหมาย รวมถึงควรระมัดระวังการซื้อโครงการที่ยังไม่ก่อสร้างหรือยังไม่แล้วเสร็จ แม้จะมีราคาจูงใจ เพราะหากโครงการหยุดชะงักอาจเกิดปัญหา ซึ่งแม้ว่าผู้บริโภคจะสามารถใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและขอเงินคืนได้ แต่ในทางปฏิบัติอาจใช้เวลายาวนาน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
5 เรื่องสำคัญต้องดู ก่อนเลือกซื้อ ‘คอนโด’ ป้องกันปัญหาไม่ตรงปก – สัญญาไม่เป็นธรรม
ลูกบ้านโวย ร้องสื่อซื้อ คอนโดหรู กว่า 13 ล้านติดทะเล “ไม่ตรงปก” น้ำท่วมห้อง-แอร์ไม่เย็น



