| Getting your Trinity Audio player ready... |

วิกฤตไฟป่าลุกลาม หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 รุนแรง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนไทย สภาผู้บริโภคเร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพิ่มสิทธิคัดกรองมะเร็งปอด
สถานการณ์หมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากวิกฤตไฟป่าที่ลุกลามในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ 17จังหวัด และภาคตะวันตกที่ยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่ตลอดช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดของโลกหลายวันติดต่อกัน ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) แตะระดับ 209 – 235 อยู่ในโซน “มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง” สะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตไฟป่าและฝุ่นพิษไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมตามฤดูกาลอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่กัดกร่อนสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างลึกซึ้ง
ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รายงานจุดความร้อนสะสม ระหว่างวันที่ 1 – 16 เมษายน ทั่วประเทศพบจุดความร้อนมากถึง 64,689 จุด มีพื้นที่เผาไหม้ขยายตัวในหลายจังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันตก นับเป็นช่วงที่เกิดไฟป่ารุนแรงที่สุดของปี 2569 ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 พบว่า จังหวัดเชียงใหม่มีจุดความร้อนรวมกว่า 5,090 จุด เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 39% ขณะที่ทั้งจากการเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยว และไฟข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านที่ลุกลามเข้าสู่ไทยส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญกับอากาศเป็นพิษยาวนานเกือบ 3 เดือนเต็ม

ลำดวน มหาวัน หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดเชียงใหม่ สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่สถานการณ์ฝุ่นควันเลวร้ายกว่าปีก่อนอย่างชัดเจน แม้ภาครัฐจะมีมาตรการทำฝนหลวงหรือการลงพื้นที่ของผู้บริหารระดับสูง แต่ยังไม่เห็นแนวทางแก้ไขเชิงระบบที่ชัดเจน ขณะที่ประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวได้รับผลกระทบด้านสุขภาพอย่างหนัก
“เชียงใหม่มองไม่เห็นดอยสุเทพมาหลายเดือนแล้ว ประชาชนต้องอยู่กับอากาศเป็นพิษตลอดเวลา เด็กมีอาการเลือดกำเดาไหล ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจรุนแรงขึ้น หลายคนต้องซื้อหน้ากาก ซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อซื้ออากาศหายใจ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าถึงได้” ลำดวนกล่าว
นอกจากผลกระทบในพื้นที่แล้ว ข้อมูลทางการแพทย์ยังชี้ให้เห็นว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 กำลังส่งผลต่ออัตราการป่วยโรคปอดและโรคมะเร็งในภาคเหนือเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้ป่วยมะเร็งปอดจำนวนมากในภาคเหนือเข้ารับการรักษาเมื่อโรคลุกลามแล้ว และหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือการสัมผัสฝุ่นพิษสะสมเป็นเวลานานทำให้ภาคประชาชนเรียกร้องให้รัฐหันมาใช้มาตรการป้องกันเชิงรุกมากกว่าการรักษาปลายเหตุ
เร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด
ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค สภาลมหายใจเชียงใหม่ จึงร่วมกับสภาผู้บริโภคผลักดันข้อเสนอสำคัญ 2 ด้านควบคู่กัน คือ การเร่งผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด และการเพิ่มสิทธิการเข้าถึงการคัดกรองมะเร็งปอดสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสูง
ลำดวนกล่าวว่า ต้นตอของปัญหาฝุ่นควันไม่ได้เกิดจากการเผาป่าที่โล่งเพื่อทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว ในแต่ละจังหวัดยังมีแหล่งกำเนิดอื่น ๆ อีก เช่น ในเมืองเชียงใหม่มีเรื่องยานพาหนะที่หนาแน่นในเขตเมือง จังหวัดลำพูนมีนิคมอุตสาหกรรม ลำปางมีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเชิงโครงสร้างจากการส่งเสริมเกษตรเชิงเดี่ยวข้ามพรมแดนซึ่งเกี่ยวพันกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ดังนั้นหากยังใช้เพียงมาตรการเฉพาะหน้า เช่น ฉีดน้ำ ทำฝนหลวง หรือขอความร่วมมืองดเผา จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีกฎหมายที่ให้อำนาจทุกภาคส่วนร่วมจัดการต้นตอมลพิษอย่างจริงจัง
“ไฟป่าไม่ได้เกิดจากการเผาป่าเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ไฟที่ลามจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นเพราะกลุ่มนายทุนไปส่งเสริมการเพาะปลูก โดยเฉพาะข้าวโพด และทำให้เกิดการเผาทำลายพื้นที่เพาะปลูกมาจากเพื่อนบ้านซึ่งแก้ไขได้ยาก” ลำดวน กล่าว
ปริศนา พรหมมา สภาลมหายใจเชียงใหม่กล่าวว่า สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ภาคประชาชนร่วมผลักดันมาอย่างต่อเนื่องนั้น ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่จะเข้ามาสร้างกลไกแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ โดยกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิในการหายใจอากาศสะอาด ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาดระดับชาติและระดับจังหวัด มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการปัญหาได้ตรงกับบริบทพื้นที่ รวมถึงการให้อำนาจเจ้าพนักงานเรียกข้อมูลจากผู้ก่อมลพิษ โดยใช้หลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” และให้มีการจัดตั้งกองทุนอากาศสะอาดเพื่อนำมาใช้ป้องกัน เยียวยา และฟื้นฟูผลกระทบต่อประชาชน
“ถ้ามีกฎหมายนี้ จะปลดล็อกได้ทั้งเรื่องกลไกอำนาจการออกมาตรการที่อยู่ในระดับจังหวัด การกำหนดแนวทางที่สอดคล้องกับแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ การจัดสรรงบประมาณ เครื่องมือในการทำงานของพื้นที่ มีระบบการเก็บตัวอย่างแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ป่า ทุกวันนี้ชุมชน ท้องถิ่น อบจ. หรือหน่วยภาคประชาชน อยากป้องกันไฟก่อนเกิดเหตุ อยากให้มีการวางแผนจัดการไฟเชิงพื้นที่ แต่ไม่มีอำนาจไม่มีงบประมาณไม่มีอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอและเหมาะสม การแก้ปัญหาจึงไม่ทันต่อสถานการณ์และไม่มีประสิทธิภาพ” ปริศนากล่าว
ขณะเดียวกัน สภาผู้บริโภคยังเสนอให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เร่งพิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์ “คัดกรองมะเร็งปอด” ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะภาคเหนือที่เผชิญฝุ่นพิษสะสมทุกปี เนื่องจากการรักษาเมื่อโรคลุกลามมีค่าใช้จ่ายสูงและโอกาสรอดชีวิตต่ำ การคัดกรองเชิงรุกจะช่วยค้นหาผู้ป่วยระยะเริ่มต้นและลดภาระสุขภาพระยะยาวได้
“ฝุ่นควันไม่ใช่ปัญหาของคนเหนือเท่านั้น แต่คือวิกฤตสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ หากยังไม่จัดการที่ต้นตอ ความสูญเสียจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในป่า แต่จะลามไปถึงปอดของประชาชนทุกคน” ลำดวนกล่าวทิ้งท้าย
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ฝุ่นพิษพุ่ง 10 ล้านป่วย เร่ง พ.ร.บ.อากาศสะอาด
60 องค์กรประชาชน กดดัน สว. ผ่านร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ก่อนยุบสภาฯ
64,689 จุดความร้อน: เจาะลึก3 มิติผลกระทบจากฤดูไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ เมษายน 2569



