| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภคชี้ อุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียน 8 ครั้งในเดือนมกราคมสะท้อนความล้มเหลวเชิงระบบ เรียกร้องรัฐเร่งนำข้อเสนอผู้ตรวจการแผ่นดินไปปฏิบัติ ตั้งคณะทำงานรับผิดชอบ เร่งเยียวยาความเสียหาย
จากกรณีวันที่ 27 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนพลิกคว่ำ 2 กรณีซ้อน คือที่จังหวัดร้อยเอ็ดและยโสธร ส่งผลให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีเด็กนักเรียนเสียชีวิตแล้ว 1ราย สร้างความสะเทือนใจและตอกย้ำความเปราะบางของระบบความปลอดภัยเด็กนักเรียนในปัจจุบัน สภาผู้บริโภคเรียกร้องรัฐเร่งนำข้อเสนอผู้ตรวจการแผ่นดินไปปฏิบัติจริง ตั้งคณะทำงานรับผิดชอบชัดเจน กำหนดมาตรการเยียวยา และเปิดให้ผู้ปกครอง – ภาคประชาชนมีส่วนร่วมติดตาม เพื่อยกระดับความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ได้รับผลกระทบทุกคนจากอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนที่เกิดขึ้น และขอแสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียน ซึ่งไม่ควรต้องตกอยู่ในความเสี่ยงจากความบกพร่องเชิงนโยบายและการบริหารจัดการของรัฐ
ทั้งนี้ จากข้อมูลการเฝ้าระวังรถรับส่งนักเรียนไม่ปลอดภัยของสภาผู้บริโภค พบว่า นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เป็นต้นมา พบว่าเกิดอุบัติเหตุแล้ว อย่างน้อย 8 ครั้ง ส่งผลให้ มีเด็กนักเรียนเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บรวม 122 ราย ซึ่งถือว่ามีความรุนแรงเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับสถานการณ์อุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ คงศักดิ์ ยังแสดงความกังวลต่อประเด็นการชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียน เนื่องจากที่ผ่านมา ครอบครัวของเด็กที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจำนวนมากต้องเผชิญภาระค่าใช้จ่ายและผลกระทบระยะยาว โดยไม่มีระบบเยียวยาที่ชัดเจน เป็นธรรม และเข้าถึงได้อย่างทันท่วงที การจัดการความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนจึงต้องครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การกำกับดูแล ไปจนถึงการชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม เพราะชีวิตและอนาคตของเด็กไม่ควรถูกทิ้งไว้หลังอุบัติเหตุ
“อุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกเดือน เป็นผลสะท้อนของปัญหาเชิงโครงสร้างด้านความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนที่ถูกปล่อยปละละเลยมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางบริบทของสุญญากาศทางการเมืองและการขาดความต่อเนื่องในการผลักดันนโยบายสาธารณะ” คงศักดิ์ กล่าว
ที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคได้ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนประเด็นรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย ผ่านการลงพื้นที่จริง การศึกษาเชิงนโยบาย และการทำงานร่วมกับเครือข่ายผู้ปกครองและภาคประชาชน จนนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอรายงานการจัดการรถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัยต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งต่อมาผู้ตรวจการแผ่นดินได้จัดทำรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ข้อมูลในรายงานได้ชี้ชัดถึงช่องว่างของกฎหมาย การขาดหน่วยงานเจ้าภาพหลัก และความล้มเหลวของระบบกำกับดูแลที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนโดยตรง และคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 พร้อมประกาศให้เรื่องความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนเป็น “วาระแห่งชาติ” โดย
“นับตั้งแต่มีมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว สถานการณ์อุบัติเหตุและการจัดการความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กด้วยรถรับส่งนักเรียนกลับไม่ได้พัฒนาในทางที่ดีขึ้น ทั้งที่ มติ ครม. บอกว่าต้องทำให้เรื่องความปลอดภัยของเด็กนักเรียนเป็นวาระแห่งชาติและเป็นวาระหลักของทุกโรงเรียน ซึ่งหากมาตรการและการขับเคลื่อนเชิงนโยบายมีประสิทธิภาพ สถิติอุบัติเหตุควรลดลง ไม่ใช่เพิ่มสูงขึ้น ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน” คงศักดิ์ระบุ
คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ มติคณะรัฐมนตรีได้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังแล้วหรือไม่ และใครคือผู้รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ยังขาดประสิทธิภาพในการคุ้มครองชีวิตเด็ก สถิติอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้นในปี 2569 จึงเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า ความล่าช้าและความไม่จริงจังในการบังคับใช้นโยบาย กำลังแลกมาด้วยชีวิตและความปลอดภัยของเด็กนักเรียน
คงศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีกประเด็นหนึ่งที่น่ากังวลคือ แม้ปัจจุบันจะอยู่ในช่วงก่อนเลือกตั้งทั่วไปซึ่งพรรคการเมืองต่าง ๆ นำเสนอนโยบาย แต่จากการหาข้อมูลกลับพบว่าพรรคการเมืองจำนวนมากแทบไม่มีนโยบายด้านความปลอดภัยของเด็กนักเรียนในการเดินทาง ทั้งที่เป็นเรื่องพื้นฐานของสิทธิเด็กและความรับผิดชอบของรัฐ คำถามสำคัญที่สังคมต้องร่วมกันตั้งคือ เราจะต้องมีเด็กบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอีกกี่คน ก่อนที่รัฐจะลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาล พรรคการเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 ข้อ ดังนี้
- นำข้อเสนอในรายงานผู้ตรวจการแผ่นดินไปสู่การปฏิบัติอย่างมีกรอบเวลาและตรวจสอบได้ ทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ข้อเสนอแนะด้านการบริหารจัดการ และข้อเสนอแนะด้านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเปิดเผยความคืบหน้าและความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน
- รัฐต้องจัดให้มีคณะทำงานเฉพาะด้านที่มีอำนาจและความรับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนอย่างชัดเจน โดยมีตัวแทนสภาผู้บริโภคเข้าไปเป็นหนึ่งในคณะทำงาน เพื่อติดตามตรวจสอบ
- กำหนดความรับผิดชอบเชิงนโยบายต่อผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อให้ผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยของเด็กนักเรียนเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงการออกประกาศหรือมาตรการบนกระดาษ
- จัดให้มีระบบการมีส่วนร่วมและการเฝ้าระวังจากผู้ปกครองและภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการรับแจ้งปัญหา การเปิดเผยข้อมูล และการมีส่วนร่วมในการติดตามมาตรการในระดับพื้นที่
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รถรับส่งนักเรียน เกิดอุบัติเหตุพุ่งลงข้างทาง เด็กบาดเจ็บ 16 สาหัส 2



