| Getting your Trinity Audio player ready... |

ขณะที่ผู้บริโภคไทยยังเผชิญ SMS หลอกลวง แนบลิงก์ปลอมและแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงอย่างต่อเนื่อง อังกฤษเดินหน้ายกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมีหน้าที่ตรวจจับ บล็อก และป้องกันข้อความหลอกลวงตั้งแต่ต้นทาง และต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหาย
การหลอกลวงผ่าน SMS แนบลิงก์ปลอม กลายเป็นหนึ่งในภัยออนไลน์ที่สร้างความเสียหายให้กับผู้บริโภคทั่วโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย แต่รวมถึงสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ซึ่งปัจจุบันเผชิญปัญหากลุ่มอาชญากรใช้บริการโทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางหลอกลวงประชาชนให้โอนเงิน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 4 ใน 10 คน เคยได้รับข้อความที่น่าสงสัยอย่างน้อยหนึ่งข้อความในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
ล่าสุด สำนักงานกำกับดูแลกิจการสื่อสารแห่งสหราชอาณาจักร (Ofcom) ได้ประกาศมาตรการใหม่ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคจากข้อความหลอกลวงและการโทรปลอม โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมีหน้าที่ “บล็อก จำกัด และขัดขวาง” การหลอกลวงผ่านเครือข่ายอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นทางของการส่งข้อความ ไปจนถึงการตรวจสอบผู้ส่งข้อความธุรกิจ
สั่งค่ายมือถือบล็อก SMS หลอกลวง ตั้งแต่ต้นทาง
Ofcom ระบุว่า ปัจจุบันแก๊งอาชญากรใช้วิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นในการหลอกลวงผู้บริโภค ทั้งการส่ง SMS ปลอม การแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ บริษัทขนส่ง ธนาคาร หรือผู้ให้บริการต่าง ๆ เพื่อหลอกให้เหยื่อคลิกลิงก์ หรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญ โดยการฉ้อโกงคิดเป็นประมาณร้อยละ 45 ของคดีอาชญากรรมทั้งหมดที่มีการรายงานในอังกฤษและเวลส์ และในปี 2025 ประชาชนสูญเสียเงินจากการฉ้อโกงกว่า 1.28 พันล้านปอนด์
ดังนั้น การให้ผู้บริโภคระมัดระวังตัวเองเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องมีบทบาทเชิงรุกในการป้องกันอาชญากรรม
ภายใต้กฎใหม่ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะต้องรวบรวมข้อมูลข้อความหลอกลวงจากผู้ใช้บริการและหน่วยงานด้านการปราบปรามการฉ้อโกง เพื่อนำมาวิเคราะห์และดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุก ได้แก่
- บล็อกหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ส่งข้อความหลอกลวง และป้องกันไม่ให้กลับมาใช้งานได้อีก
- ตรวจจับและบล็อกข้อความระหว่างการส่ง โดยวิเคราะห์ลิงก์เว็บไซต์และหมายเลขโทรศัพท์ที่มีความเสี่ยง
- กำหนดเพดานการใช้งานซิมแบบเติมเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้ซิมจำนวนมากส่งข้อความหลอกลวงพร้อมกัน
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดการใช้ “ซิมฟาร์ม” หรือการใช้ซิมจำนวนมากเป็นเครื่องมือของแก๊งมิจฉาชีพ ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย กำลังเผชิญอยู่เช่นกัน
เข้มตรวจ “ผู้ส่งข้อความธุรกิจ” ป้องกันการแอบอ้าง
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญ คือการกำกับดูแล บริการส่งข้อความทางธุรกิจ (Business Messaging) ซึ่งที่ผ่านมา มิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นบริษัทขนส่ง ธนาคาร หรือหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อความหลอกลวง โดย Ofcom กำหนดให้ผู้ให้บริการและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มส่งข้อความต้องดำเนินมาตรการ ได้แก่
- ตรวจสอบตัวตนของผู้ส่งข้อความธุรกิจ (Know Your Customer)
- ติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของผู้ส่ง (Know Your Traffic)
- ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อผู้ส่ง (Sender ID) เพื่อป้องกันการปลอมชื่อองค์กร
- มีระบบตรวจสอบและระงับบัญชีที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยโดยทันที
- บล็อกลิงก์ เว็บไซต์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกแจ้งว่าใช้ในการหลอกลวง
มาตรการดังกล่าวมุ่งปิดช่องโหว่ที่มิจฉาชีพใช้สร้างความน่าเชื่อถือผ่านการปลอมชื่อหน่วยงานหรือบริษัทที่ประชาชนคุ้นเคย
ปราบเบอร์ปลอมจากต่างประเทศ
นอกจากการส่งข้อความแล้ว Ofcom ยังออกแนวทางใหม่เพื่อรับมือกับ การปลอมหมายเลขโทรศัพท์ (Caller ID Spoofing) ซึ่งเป็นกลวิธีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้โทรจากต่างประเทศ แต่แสดงหมายเลขโทรศัพท์มือถือของสหราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อและรับสาย
แนวทางใหม่กำหนดให้บริษัทโทรคมนาคมต้องตรวจสอบความถูกต้องของสายโทรเข้าจากต่างประเทศ หากไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นหมายเลขที่ถูกต้อง จะต้องซ่อนหมายเลขผู้โทรหรือดำเนินมาตรการอื่นเพื่อป้องกันการหลอกลวง
เอมี่ จอร์แดน ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ของ Ofcom กล่าวว่า การหลอกลวงผ่านข้อความมือถือสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงแก่ผู้บริโภค และกลุ่มอาชญากรมีการพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
มาตรการที่ประกาศใช้ครั้งนี้ จึงมุ่งสกัดกั้นอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาล หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และผู้ประกอบการโทรคมนาคม เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งระบบ
ขณะที่หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของหน่วยงานรับแจ้งเหตุฉ้อโกงแห่งชาติ (Action Fraud) ระบุว่า การกำหนดให้ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือมีหน้าที่ตรวจจับและสกัดกั้น SMS หลอกลวง จะช่วยลดการใช้หมายเลขโทรศัพท์ของสหราชอาณาจักรในทางมิชอบ และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
มาตรการของสหราชอาณาจักรสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า การป้องกันการหลอกลวงไม่ควรผลักภาระให้ผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องมีหน้าที่ร่วมรับผิดชอบในการปิดช่องโหว่ของระบบ ตั้งแต่การตรวจสอบผู้ส่งข้อความ การจำกัดการใช้ซิมจำนวนมาก การบล็อกข้อความระหว่างการส่ง ไปจนถึงการจัดการกับผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็ว
สำหรับประเทศไทย ซึ่งยังเผชิญปัญหา SMS แนบลิงก์ปลอม ซิมม้า ซิมบ็อกซ์ และการปลอมหมายเลขโทรศัพท์ อย่างต่อเนื่อง แนวทางของ Ofcom อาจเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจในการยกระดับมาตรการกำกับดูแล เพื่อให้ผู้ให้บริการเครือข่ายมีบทบาทเชิงรุกในการปกป้องผู้บริโภค และลดความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ที่มาข้อมูล
New rules to thwart text message scammers and protect consumers and businesses



