Ribbon

ส่องนโยบายผู้บริโภค ด้านบริการสาธารณะฯ ประจำเดือนพ.ย. 67

Getting your Trinity Audio player ready...

ในการประชุมครั้งที่ 9/2567 ซึ่งมี ผศ.ประสาท มีแต้ม กรรมนโยบายผู้เชี่ยวชาญ และประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาถึงแนวทางการปรับปรุงข้อเสนอการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าที่เป็นธรรม โดยพิจารณาจากปัญหานโยบายและแผนการผลิตไฟฟ้าของประเทศที่มีหลายประการ

เช่น ปัญหานโยบายและการกำกับกิจการไฟฟ้า (Governance) ซึ่งคณะกรรมการขาดความเป็นอิสระ มีการขัดกันทางผลประโยชน์ ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและผู้บริโภค ปัญหาโครงสร้างการวางแผนพัฒนากำลังการผลิต (Structural Flaw) อันเนื่องมาจากระบบการวางแผนการลงทุนในกิจการไฟฟ้าภายใต้โครงสร้างการจัดการที่ผูกขาด (monopoly) ที่ขาดการตรวจสอบความโปร่งใส (lack of transparency) และไม่ต้องรับผิดชอบผลจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด lack of accountability)

ปัญหาความเหมาะสมของระดับและรูปแบบการลงทุน และการใช้พลังงานไฟฟ้า เน้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ งบลงทุนสูง มีระยะเวลาการวางแผนก่อสร้างล่วงหน้านาน กลายเป็นความเสี่ยงสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า และไม่สามารถเลื่อนโครงการได้โดยง่าย หากต้องการใช้ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจริงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ต้องมีระบบส่งไฟฟ้าและจำหน่ายไฟฟ้ามารองรับ เป็นการเพิ่มต้นทุนระบบส่งและระบบจำหน่าย ส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อการจัดหาเชื้อเพลิง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดภาระตามเงื่อนไข ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย (Take-or-pay) เช่น ในกรณีของการจัดหาก๊าซจากพม่าสำหรับใช้ป้อนโรงไฟฟ้าราชบุรี เนื่องจากการก่อสร้างล่าช้าและมีความต้องการไฟฟ้าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

ดังนั้น การผลิตไฟฟ้าโดยภาคประชาชน (โปรซูเมอร์) จึงเป็นแนวโน้มใหม่ของโลก เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองและสามารถช่วยเพิ่มเสถียรภาพของระบบกริดในการจัดการพลังงาน แต่ภาครัฐของประเทศไทยกลับไม่เห็นข้อดีดังกล่าว และสร้างข้อกำหนด ขั้นตอนต่าง ๆ ขึ้นมามากมายในการบริโภคและผลิตไฟฟ้าแบบโปรซูเมอร์

ส่วนปัญหาด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติก็มีอยู่หลายประการเช่นกัน เช่น ปัญหาค่าใช้จ่ายเทียม (ค่า Premium) ประเทศไทยใช้ราคาน้ำมันสำเร็จรูป ณ โรงกลั่น โดยให้สมมติว่าโรงกลั่นไปตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ราคาที่ขายจะบวกค่าขนส่ง ค่าประกัน ค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง ฯลฯ เรียกรวมกันว่า “ค่า Premium” ซึ่งดำเนินการมากว่า 27 ปี โดยอ้างว่าเพื่อดึงดูดการลงทุนสร้างโรงกลั่นในประเทศ ปัญหากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ กลายเป็นการบิดเบือนราคาน้ำมัน ปัญหาค่าการตลาดที่ไม่เป็นไปตามประกาศ กบง. เป็นต้น

ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่า เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินงานจึงควรส่งมอบข้อมูลชุดนี้ให้กับคณะอนุกรรมการฯ ชุดใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินงานในปี 2568 เพื่อดำเนินงานต่อจากคณะอนุกรรมการฯ ชุดปัจจุบันที่กำลังจะหมดวาระ

นอกจากนี้ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินงานตามมติที่ประชุมครั้งที่ผ่านมา ที่ให้ทำเรื่องยื่นอุทธรณ์ต่อประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง ประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed – in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 (เพิ่มเติม) พ.ศ. 2567 ซึ่งสำนักงานสภาผู้บริโภคได้ดำเนินการเข้ายื่นหนังสืออุทธรณ์ประกาศ ณ สำนักงาน กกพ. เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มีหนังสือสั่งการให้ กกพ. ทบทวนการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 3.600 เมกะวัตต์แล้ว โดยเห็นว่าการรับซื้อไฟฟ้าต้องเปิดประมูลเป็นการทั่วไปแทนการให้สิทธิ์ผู้พลาดจากการประมูลรอบแรก