| Getting your Trinity Audio player ready... |

รสนา ชี้รัฐบาลลด ราคาน้ำมัน ด้วยกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เสี่ยงเพิ่มภาระหนี้ที่ประชาชนต้องรับในอนาคต ย้ำรัฐต้องแก้โครงสร้างราคาพลังงาน
ภายหลังรัฐบาลประกาศลด ราคาน้ำมัน เชื้อเพลิงทั้งดีเซลและเบนซินลงราว 2.5 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 แม้จะช่วยให้ประชาชนจ่ายค่าน้ำมันหน้าปั๊มน้อยลง อย่างไรก็ตาม สภาผู้บริโภคชี้ว่า การลดราคาครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการลดต้นทุนพลังงานที่แท้จริง แต่เป็นการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคา ซึ่งอาจกลายเป็นภาระที่ประชาชนต้องรับในอนาคต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงาน

รสนา โตสิตระกูล ประธานคณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ระบุว่า การประกาศลดราคาน้ำมันดังกล่าวของรัฐบาล แม้จะทำให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการลดลง แต่เป็นการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาชดเชยราคา มากกว่าการปรับลดต้นทุนด้านพลังงานที่แท้จริง จึงไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง และอาจสร้างภาระหนี้ให้กับประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะประกาศลดราคาน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ลดลงลิตรละ 2.56 บาท ส่วนน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับลดประมาณลิตรละ 2.51 บาท แต่จากการตรวจสอบโครงสร้างราคา พบว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้เพิ่มอัตราการชดเชยน้ำมันดีเซล B7 จาก 0.19 บาทต่อลิตร เป็น 2.90 บาทต่อลิตร และเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซล B20 จาก 5.79 บาทต่อลิตร เป็น 8.46 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์มีการลดอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุน รวมถึงเพิ่มการชดเชยสำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85
รสนากล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระเพิ่มขึ้นประมาณ 200 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งหมายถึงการเพิ่มภาระหนี้ของกองทุน และท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้รับภาระดังกล่าว
ชี้รัฐยังไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ทั้งนี้ รสนาย้ำว่า รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินมาตรการที่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของราคาน้ำมันอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการบริหารจัดการค่าการกลั่นและค่าการตลาด
เนื่องจาก ค่าการกลั่นณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 6.18 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าข้อเสนอของภาคประชาชนที่เสนอให้กำหนดเพดานค่าการกลั่นไว้ที่ประมาณ 7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 1.40 บาทต่อลิตร หลังหักต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องออกแล้ว
นอกจากนี้ แม้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะเคยมีมติกำหนดค่าการตลาดน้ำมันไว้ที่ 2.45 บาทต่อลิตร แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าค่าการตลาดของน้ำมันเบนซินยังอยู่ที่ประมาณ 3.60 บาทต่อลิตร สะท้อนว่าการกำกับดูแลยังไม่สามารถควบคุมต้นทุนในส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรียกร้องปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน
รสนาเห็นว่า หากรัฐบาลต้องการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างยั่งยืน ควรดำเนินมาตรการที่มุ่งลดต้นทุนราคาน้ำมันโดยตรง ทั้งการทบทวนค่าการกลั่น การกำกับดูแลค่าการตลาด และการพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แทนการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมืออุดหนุนราคา
“การลดราคาน้ำมันด้วยการเพิ่มการชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นเพียงการย้ายภาระไปไว้ในอนาคต เพราะหนี้ของกองทุนก็ยังเป็นภาระที่ประชาชนต้องร่วมรับผิดชอบอยู่ดี” รสนากล่าว พร้อมย้ำว่า รัฐบาลควรเร่งปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
กบน. เคาะลดราคาน้ำมัน ดีเซล 2.56 บาท เบนซิน 2.51 บาทต่อลิตร
เกาหลีใต้เชือด 4 โรงกลั่น ฐานฮั้วขึ้น ราคาน้ำมัน ผู้บริโภคเสียหายกว่า 5.5 แสนล้าน



