| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภค ร่วมฉลาดซื้อ เผยทดสอบอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว แม้ผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย แต่พบกว่าร้อยละ 50 มีความร้อนสะสมสูง เสนอ มอก. ยกระดับข้อกำหนดความปลอดภัยของความร้อนสะสมให้เป็นมาตรฐานบังคับ พร้อมผลักดันฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 สำหรับอุปกรณ์ชาร์จ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สภาผู้บริโภคร่วมกับศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค เปิดผลทดสอบผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต หรือ อะแดปเตอร์ (Adaptor) ที่มีคุณสมบัติการชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging : FC) การทดสอบครั้งนี้ เป็นการนำอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว ที่สุ่มซื้อจากตลาดออนไลน์มาเพื่อตรวจสอบและทดสอบคุณสมบัติการชาร์จแบบเร็วของอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว (Fast Charging Adapter) ตามที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ เปรียบเทียบกับข้อมูลที่ใช้ในการโฆษณาตามสื่อออนไลน์ และเพื่อทดสอบอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว (Fast Charging Adapter) ด้านกำลังไฟฟ้าสูงสุด ประสิทธิภาพพลังงาน และด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน มอก.62368 เล่ม 1-2563
ทำการสุ่มซื้อตัวอย่างจากท้องตลาด จำนวน 20 ยี่ห้อ ราคาต่อหน่วยอ้างอิงร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่าย หรือ แพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ที่เป็นร้านตัวแทนจำหน่าย ข้อมูลสืบค้นในเดือนพฤศจิกายน 2568 ราคาระหว่าง 199-790 บาท ประกอบด้วยตัวอย่างจากยี่ห้อ 1. UGREEN 2. ANKER 3. Hoco 4. SAMSUNG 5. APPLE 6. AUKEY 7. ENYX 8. TITAN V 9. WHY Pixel 25W (GaN) 10. ALPHAX 11. GOOJODOQ (ไม่มียี่ห้อระบุบนผลิตภัณฑ์ และแพคเกจ) 12. Asaki 13. Hale 14. OPPO 15. Xiaomi 16. Qplus 17. TECHPRO 18. BLUE BOX 19. VOLTME 20. Choetech โดยสุ่มยี่ห้อละ 1 รุ่น (model)
โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค เผยถึงที่มาและความสำคัญของการทดสอบในครั้งนี้ว่า ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต หรือ อะแดปเตอร์ ที่มีคุณสมบัติการชาร์จแบบเร็ว มีการพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการแต่ละรายมีการแข่งขันพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองต่อผู้บริโภค พบการโฆษณาอ้างถึงประสิทธิภาพความเร็วในการชาร์จ กำลังไฟฟ้าในการชาร์จ และการรองรับเทคโนโลยีหรือโพรโทคอลการชาร์จแบบเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและมีจำนวนที่หลากหลาย เมื่อผู้บริโภคต้องการเลือกซื้อ การตรวจพิสูจน์คุณสมบัติเหล่านี้ของผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบได้โดยง่าย
เพราะฉะนั้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว สภาผู้บริโภคจึงเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ว่าควรมีการทดสอบเพื่อให้ข้อมูล และความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภค


ผศ. เฉลิมเกียรติ จิระรุ่งเสถียร นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีซ่อมบำรุงรักษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การทดสอบอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว จำนวน 20 ตัวอย่างครั้งนี้ ประกอบด้วย การตรวจสอบคุณลักษณะชาร์จเร็ว (Fast Charge) การทดสอบวัดค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดตามคุณลักษณะเฉพาะของผู้ผลิต (maximum outlet power : max. watt) การทดสอบค่าประสิทธิภาพพลังงาน (power efficiency) และ การวัดความร้อนสะสมบนผลิตภัณฑ์ (thermal guard) ขณะชาร์จ โดยผลทดสอบสรุปได้ดังนี้
- ด้านการตรวจสอบคุณลักษณะชาร์จเร็ว ของผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง 20 ตัวอย่าง พบว่าผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่ทดสอบทั้งหมด มีคุณลักษณะชาร์จเร็ว ตรงตามที่ระบุบนตัวผลิตภัณฑ์ และ บนหีบห่อผลิตภัณฑ์ และเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลจากการโฆษณาในสื่อออนไลน์ต่างๆ
- ด้านการวัดค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดตามคุณลักษณะเฉพาะของผู้ผลิต (max. watt) ทั้ง 20 ตัวอย่าง เมื่อเปรียบเทียบกับค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดที่ระบุบนผลิตภัณฑ์หรือหีบห่อแล้ว พบว่า
- ได้ค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดจากการทดสอบ เท่ากับ ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ จำนวน 1 ตัวอย่าง
- ได้ค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดจากการทดสอบ มากกว่า ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ จำนวน 4 ตัวอย่าง
- ได้ค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดจากการทดสอบ น้อยกว่า ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ จำนวน 14 ตัวอย่าง
- และ พบว่ามี 1 ตัวอย่าง ยี่ห้อ OPPO ที่ไม่สามารถทำการทดสอบที่การจ่ายกำลังไฟสูงสุดได้เนื่องจากข้อจำกัดเฉพาะของการเปิดคุณลักษณะ Fast Charge ที่เป็นระบบ Super VOOC ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของผลิตภัณฑ์
- ด้านค่าประสิทธิภาพพลังงาน (power efficiency) พบว่า ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง 3 ลำดับแรก ที่มีค่าร้อยละประสิทธิภาพพลังงานสูงสุด จากทั้ง 20 ตัวอย่าง ได้แก่ ยี่ห้อ ASAKI รุ่น A-2434E (89.6%) AUKEY รุ่น PA-R1P (89.4%) และ VOLTME รุ่น Revo 30 (88.6%) ขณะที่ค่าประสิทธิภาพด้านพลังงานน้อยที่สุด คือ BLUE BOX รุ่น BB-WC01 ที่ 79.2%
- ด้านผลการวัดความร้อนสะสมบนผลิตภัณฑ์ (thermal guard) ขณะชาร์จของผลิตภัณฑ์ทั้ง 20 ตัวอย่าง โดยพบว่า 3 อันดับที่มีความร้อนสะสมน้อยที่สุดในการชาร์จ 1 ชั่วโมง ได้แก่ APPLE/A3346 (45 องศาเซลเซียส) Xiaomi รุ่น MDY-15-EW (47.4 องศาเซลเซียส) และ ENYX รุ่น A-3X (50.1 องศาเซลเซียส) และพบว่ามี 3 ตัวอย่าง ที่มีความร้อนสะสมเกิน 60 องศาเซลเซียส คือ BLUE BOX รุ่น BB-WC01 (68.4 องศาเซลเซียส) hoco รุ่น HC-CT-C76(WH) (62.8 องศาเซลเซียส) และ ALPHAX รุ่น ALC-GAN20W (62.8 องศาเซลเซียส) ซึ่งพบว่าตัวอย่าง BLUE BOX รุ่น BB-WC01 และ hoco รุ่น HC-CT-C76(WH) มีความร้อนสะสมที่ผิวเกิน 60 องศาเซลเซียส หลังจากชาร์จนาน 30 นาที
กล่าวโดยสรุปจากผลการทดสอบได้ว่า
- คุณลักษณะการชาร์จแบบเร็วที่ระบุบนตัวผลิตภัณฑ์ของทุกตัวอย่าง มีโพรโทคอลการชาร์จเป็นไปตามที่มีอยู่จริงของแต่ละตัวอย่าง
- รายละเอียดคุณลักษณะการชาร์จของทุกตัวอย่างที่โฆษณาตามสื่อ แม้มีการแสดงโพรโทคอลการชาร์จให้มีรายละเอียดจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เกินสเปคการชาร์จที่ระบุบนอยู่ตัวผลิตภัณฑ์นั้นๆ
- กำลังไฟฟ้าสูงสุด (max watt) ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ หรือหีบห่อ ใกล้เคียงตามกำลังไฟฟ้าที่ให้จริงได้ โดยส่วนมากมีการระบุความสามารถการจ่ายกำลังไฟฟ้าสูงสุดได้ มากกว่า กำลังไฟสูงสุดจริง เล็กน้อย ไม่เกิน 10%
- ผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อมีการออกแบบให้มีคุณลักษณะการชาร์จแบบเร็วโดยเฉพาะที่จะสามารถชาร์จได้เต็มกำลัง และประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อต่อชาร์จเข้ากับอุปกรณ์โทรศัพท์หรือแท็ปเล็ตยี่ห้อเดียวกัน หรือต้องใช้สายต่อชาร์จเฉพาะรุ่นเท่านั้น เช่น OPPO และ Xiaomi เป็นต้น ซึ่งผลที่ได้จากการทดสอบผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงอยู่ภายใต้ข้อจำกัดในการทดสอบที่ระบุเป็นสำคัญ
- ค่าประสิทธิภาพกำลังไฟฟ้าสามารถบอกได้ถึงความสามารถในการจัดการพลังงานของหัวชาร์จที่ดีได้ และแปรผกผันกับความร้อนสะสมที่ผิวระหว่างการชาร์จ
ผศ. เฉลิมเกียรติ กล่าวเสริมว่า “ขอเสนอให้ สมอ.ควรเฝ้าระวังหรือเข้มงวดกับมาตรฐานที่มีอยู่แล้ว ให้เป็นมาตรฐานบังคับเรื่องความปลอดภัยของความร้อนสะสม เสนอให้มีฉลากเบอร์ 5 ด้านประหยัดพลังงาน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน”
ข้อเสนอเชิงนโยบาย
- เสนอให้มีมาตรฐานเฉพาะสำหรับหัวชาร์จแบบเร็วที่เป็นมาตรฐานบังคับ ในการรับรอง มอก.ควรแบ่งตามกำลังไฟที่ใช้กับอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน เช่น 18 วัตต์ สำหรับการชาร์จทั่วไป, 18-65 วัตต์ สำหรับชาร์จเร็ว, 65 วัตต์ขึ้นไปใช้กับแท็บเล็ต
- เสนอให้กระทรวงพลังงาน สามารถนำข้อมูลค่าประสิทธิภาพพลังงาน (%EFFICIENCY) เพื่ออ้างอิงกำหนดเกณฑ์การให้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ได้
- ควรมีการให้ความรู้เบื้องต้นในการอ่านฉลากสินค้ากลุ่มสินค้าประเภท อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ เพื่อจะได้เลือกซื้อได้อย่างถูกต้องและเข้าใจ มากกว่าการเทียบจำนวนฟังก์ชั่นการชาร์จตามโฆษณา
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควรเร่งให้ความรู้กับภาคประชาชนเพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจต่อมาตรฐานประเภทต่างๆ ของก่อนเลือกซื้ออะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว อีกทั้งควรประสานร่วมมือกับภาคผู้ผลิตให้มีการจัดทำข้อมูล เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน



