
ผู้บริโภคกิน อาหารเสริมรักษาต้อหิน แทนการพบแพทย์นานกว่า 2 ปี เพราะหลงเชื่อคำโฆษณา สุดท้ายต้องสูญเสียการมองเห็นข้างหนึ่งอย่างถาวร
“คิดว่าอาหารเสริมจะช่วยรักษาได้”
นี่คือประโยคที่จักษุแพทย์ ได้ยินจากผู้ป่วยรายหนึ่ง ที่หลงเชื่อคำโฆษณาอาหารเสริมที่อ้างว่ารักษาโรคต้อหินได้
จนเมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว เพราะดวงตาข้างหนึ่งของเธอ สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร
สาเหตุไม่ใช่เพราะไม่มีวิธีรักษา แต่เพราะตลอดกว่า 2 ปี เธอเลือกเชื่อคำโฆษณาอาหารเสริมที่อ้างว่าสามารถบำรุงและรักษาโรคตาได้ จนละเลยการพบจักษุแพทย์ ปล่อยให้โรคต้อหินลุกลามอย่างเงียบ ๆ
“โรคต้อหินเป็นโรคที่ทำลายขั้วประสาทตา เมื่อถูกทำลายแล้วจะไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ หากปล่อยไว้จนตาบอด ก็จะตาบอดตลอดชีวิต” พญ.ศศิ ใหญ่สว่าง รองหัวหน้าฝ่ายสื่อสารประชาชน ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย คือ คุณหมอที่รับผิดชอบเคสดังกล่าวอธิบาย พร้อมย้ำว่าโรคต้อหินไม่ใช่โรคที่รอได้ เพราะทุกวันที่ปล่อยผ่าน คือการสูญเสียการมองเห็นที่ไม่สามารถย้อนกลับได้
ทำไมหลายคนยังเลือกอาหารเสริมแทนการรักษา?
จากประสบการณ์ของจักษุแพทย์ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยอมรับว่า การซื้ออาหารเสริมดูง่ายกว่า ไม่ต้องรอคิว ไม่ต้องตรวจหลายขั้นตอน และยังถูกโฆษณาชวนเชื่อซ้ำ ๆ ว่า “เห็นผล” หรือ “รักษาได้” เพียงไม่กี่คลิกก็สั่งซื้อได้จากออนไลน์ แต่สิ่งที่ซื้อได้ง่าย อาจแลกมาด้วยการสูญเสียการมองเห็นไปตลอดชีวิต
“อาหารเสริมไม่สามารถรักษาโรคต้อหินได้”
คุณหมอ อธิบายว่า เมื่อรับประทานอาหารเสริม สารอาหารจะถูกย่อยและดูดซึมไปใช้ตามความต้องการของร่างกาย ไม่ได้เดินทางตรงไปยังลูกตาเพื่อซ่อมแซมหรือรักษาโรค
แม้แต่น้ำตาเทียมที่หยอดลงบนดวงตาโดยตรง ยังทำได้เพียงเคลือบผิวด้านนอก ไม่สามารถซึมลึกเข้าไปถึงภายในลูกตาได้ ดังนั้น การคาดหวังว่าอาหารเสริมหรือวิตามินที่รับประทานจะเข้าไปรักษาโรคต้อหิน จึงแทบเป็นไปไม่ได้
โฆษณา อาหารเสริมรักษาต้อหิน อาจพรากดวงตาของคุณ
ปัจจุบันยังพบการโฆษณาอาหารเสริมจำนวนมากที่อ้างสรรพคุณเกินจริงว่า สามารถรักษาโรคตาได้หลากหลายชนิด ทั้งโรคต้อหิน ต้อกระจก วุ้นตาเสื่อม รวมถึงอ้างว่าช่วยให้ตาหายขุ่น ตาขาวกลับมาสดใส บรรเทาอาการตาแสบ ตาเคือง หรือตาพร่ามัว บางผลิตภัณฑ์ถึงขั้นโฆษณาว่าสามารถรักษาโรคตาได้มากถึง 12 ชนิด ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับว่าทำได้จริง
คำโฆษณาเหล่านี้อาจทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ เลื่อนการเข้ารับการรักษา และปล่อยให้โรคดำเนินไปจนสูญเสียโอกาสในการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งในบางกรณีอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้
คุณหมอย้ำว่า หากมีอาการตามัว มองไม่ชัด ปวดตา เห็นภาพผิดปกติ หรือสงสัยว่าเป็นโรคเกี่ยวกับดวงตา ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที
ผู้ที่ใช้สิทธิ บัตรทอง หรือ ประกันสังคม สามารถเข้ารับการตรวจ วินิจฉัย รักษาต่อเนื่อง รวมถึงผ่าตัดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ได้ตามสิทธิ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของสิทธิการรักษา
เพราะดวงตาของเรามีเพียงคู่เดียว อย่าปล่อยให้คำโฆษณาที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ ทำลายการมองเห็นที่ไม่อาจเรียกคืนได้
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณรักษาโรคตา สามารถติดตามข้อมูลจากเพจ “สุขภาพตา โดย ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย (All About Eye by RCOPT)” ซึ่งมีจักษุแพทย์ให้ข้อมูลโดยตรง
และหากได้รับผลกระทบจากการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือถูกหลอกลวงด้วยการโฆษณาเกินจริง สามารถร้องเรียนมายัง สภาผู้บริโภค ผ่านเว็บไซต์ tcc.or.th หรือสายด่วน 1502
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

