
หลังจากที่ สคบ. ออกประกาศควบคุมค่าน้ำค่าไฟห้องเช่า หลายคนอาจคาดหวังว่า ภาระค่าใช้จ่ายจะลดลง แต่ในความเป็นจริง ชาวห้องเช่าจำนวนหนึ่งพบว่าถูกบีบทำสัญญาใหม่ เพิ่มค่าเช่า
เรื่องของผู้เช่ารายหนึ่ง สะท้อนภาพความจริงที่เจ็บปวด ที่เกิดขึ้นหลัง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ออกประกาศควบคุมอัตราค่าน้ำค่าไฟหอพัก-ห้องเช่านี้ได้อย่างชัดเจนว่า
เดิมที ห้องเช่าของเธอคิดค่าไฟอยู่ที่ 9 บาทต่อหน่วย ค่าน้ำหน่วยละ 29.75 บาท และค่าเช่าเดือนละ 3,800 บาท ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่ง สคบ. ได้ประกาศใช้ “ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง การให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 กันยายน 2568 โดยกำหนดให้มีการควบคุมอัตราค่าน้ำและค่าไฟสำหรับห้องเช่า ห้ามเรียกเก็บค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาเกินอัตราที่การไฟฟ้าและการประปากำหนด
แต่หลังจากมีประกาศควบคุมจาก สคบ. เธอกลับพบว่า แม้อัตราค่าไฟดูเหมือนจะลดลง แต่แท้จริงคือการเปลี่ยนรูปแบบการเก็บเงิน
“หอพักไม่ได้ลดค่าใช้จ่ายลงตรง ๆ แต่ใช้วิธีการเลี่ยงบาลี และอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย” เธอสะท้อนปัญหา
มีประกาศคุมราคา แต่เปลี่ยนวิธีเก็บ
ผู้บริโภคผู้นี้เล่าว่า ทางห้องเช่าชี้แจงว่า เนื่องจากมีมาตรการสคบ.ควบคุมค่าน้ำ-ค่าไฟ ห้องเช่า ทางห้องเช่าจึงมีข้อเสนอให้ผู้เช่า คือ ทางเลือกแรก ยังคงจ่ายค่าไฟในอัตราเดิม แต่แยกเป็น ค่าไฟ 4.5 บาทต่อหน่วย และ ค่าบำรุงรักษามิเตอร์ อีก 4.5 บาทต่อหน่วย
ทางเลือกที่สอง ผู้เช่ายินยอมขึ้นค่าเช่าอีก 800 บาทต่อเดือน แลกกับค่าไฟหน่วยละ 4.88 บาท
เมื่อมองเผิน ๆ อาจดูเหมือนค่าไฟถูกลงตามกฎหมาย แต่เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว กลับแทบไม่ต่างจากเดิม
“มันเหมือนเปลี่ยนชื่อค่าใช้จ่ายมากกว่าเปลี่ยนราคา” เธอบอก
บางห้องเช่า บังคับการทำสัญญาการเช่าใหม่แม้สัญญาเดิมยังไม่สิ้นสุด เพื่อเปลี่ยนรายละเอียดในสัญญาให้ แต่ท้ายที่สุดผู้ให้เช่ายังคงได้รายได้ที่รวมกำไรจากค่าน้ำ-ค่าไฟตามเดิม
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคผู้นี้ไม่ใช่คนเดียวที่ถูกปฏิบัติเช่นนี้ มีชาวหอจำนวนมากมีประสบการณ์เช่นเดียวกัน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เป็นต้นมา มีผู้บริโภคอย่างน้อย 45 ราย ร้องเรียนเข้ามายัง สภาผู้บริโภค และตัวเลขยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาที่พบมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การขึ้นค่าเช่าหลายร้อยบาทต่อเดือน การเรียกเก็บค่าส่วนกลางเพิ่ม การแยกเก็บค่ามิเตอร์ หรือ ค่าเช่ามิเตอร์ ต่างหาก
เธอกล่าวว่า แม้จะมีประกาศควบคุมค่าน้ำค่าไฟห้องเช่าออกมา แต่ผู้เช่าหลายคนยังคาใจ ที่ทุกอย่างดูเหมือนจะ “ถูกลง” แต่ในความเป็นจริงชีวิต คำตอบกลับไม่เป็นแบบนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่ามีกฎหมายหรือไม่ แต่กฎหมายถูกใช้ได้มีประสิทธิภาพจริงแค่ไหน
หลังการตรวจสอบ สภาผู้บริโภค ได้ส่งเรื่องต่อให้ สคบ. ใช้อำนาจตามกฎหมาย เพื่อตรวจสอบห้องเช่าที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภคต่อไป
สิทธิที่ผู้เช่าควรรู้ ก่อนเซ็นสัญญาใหม่
สำหรับผู้เช่าที่กำลังเผชิญสถานการณ์ลักษณะนี้ สิ่งที่ควรระวังคือ อย่าเพิ่งรีบเซ็นสัญญาฉบับใหม่โดยไม่ตรวจสอบ สัญญาเดิมคือหลักฐานสำคัญ หากกำหนดระยะเวลาไว้ เช่น 1 ปี ผู้ให้เช่าไม่สามารถบังคับให้เปลี่ยนสัญญากลางทางได้ เว้นแต่จะมีเงื่อนไขระบุไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น
ในกรณีของค่าส่วนกลางหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หากไม่เคยระบุไว้ในสัญญาเดิม ก็ไม่สามารถเรียกเก็บเพิ่มได้ทันที การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ควรต้องมีการแจ้งล่วงหน้า และได้รับความยินยอมจากผู้เช่า
หากถูกบังคับ หรือพบการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรม ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนไปยัง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในพื้นที่ หรือโทร 1166 หรือร้องเรียนมาสภาผู้บริโภค ได้ที่เว็บไซต์ tcc.or.th
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


