Ribbon

รีวิวปลอม เกลื่อน ผู้บริโภคถูกหลอกซ้ำซ้อน เร่งเอาผิดแพลตฟอร์ม

รีวิวปลอม เกลื่อน ผู้บริโภคถูกหลอกซ้ำซ้อน เร่งเอาผิดแพลตฟอร์ม

กรณีตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายโกดังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางปลอมในพื้นที่เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ยึดสินค้ากว่า 26,117 ชิ้น มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่เริ่มจากเจ้าหน้าที่พบร้านค้าออนไลน์จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางแบรนด์ดังในราคาต่ำกว่าท้องตลาดผิดปกติ มียอดขายสูงถึงวันละประมาณ 2,000 ชิ้น ก่อนขยายผลตรวจค้นโกดังและพบสินค้าปลอมจำนวนมาก ทั้งเวย์โปรตีน เครื่องสำอาง และน้ำหอม โดยพบว่าร้านค้าออนไลน์ดังกล่าวดำเนินการมาแล้วราว 1 ปี โดยใช้กลไกการรีวิวสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการจำหน่ายสินค้าดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคถูกหลอกซ้ำซ้อน ทั้งถูกชักจูงให้ซื้อสินค้าจากข้อมูลเท็จ สูญเสียเงิน และอาจได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

ที่น่ากังวลคือ ผู้บริโภคจำนวนมากใช้คะแนนรีวิวและยอดขายเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยอาจไม่ทราบว่ารีวิวบางส่วนถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เชื่อว่าสินค้ามีคุณภาพและได้รับความนิยม สภาผู้บริโภคจึงเตือนให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนสั่งซื้อ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง

เปิด 5 วิธีจับพิรุธ รีวิวปลอม ก่อนตกเป็นเหยื่อ

ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ ประธานอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการ สภาผู้บริโภค แนะนำว่า ผู้บริโภคไม่ควรตัดสินใจซื้อสินค้าจากคะแนนรีวิว 5 ดาวหรือยอดขายสูงเพียงอย่างเดียว เพราะรีวิวเหล่านี้อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้า โดยมีข้อสังเกตสำคัญ ได้แก่

1. อย่าดูเพียงรีวิว 5 ดาว ควรเปิดอ่านรีวิวคะแนนต่ำ โดยเฉพาะ 1 – 3 ดาว เพื่อดูปัญหาที่ผู้ซื้อรายอื่นพบจริง หากร้านค้ามีแต่รีวิวเชิงบวกจำนวนมากผิดปกติ ควรตรวจสอบเพิ่มเติม

2. สังเกตช่วงเวลาที่รีวิวปรากฏ หากร้านค้าเพิ่งเปิดไม่นาน แต่มีรีวิวจำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกัน อาจเป็นสัญญาณของการจ้างรีวิวหรือปั่นยอดขาย

3. ตรวจสอบภาพและข้อความรีวิว หากใช้ภาพซ้ำ ๆ ข้อความคล้ายกัน หรือมีแต่คำชมโดยไม่มีรายละเอียดการใช้งานจริง ควรระมัดระวัง

4. ตรวจสอบร้านค้าและราคาสินค้า เลือกซื้อจากร้านที่ตรวจสอบตัวตนได้ หากสินค้าราคาถูกผิดปกติหรือไม่มีข้อมูลผู้ขายชัดเจน ไม่ควรรีบตัดสินใจ

5. ตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเฉพาะอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ควรตรวจสอบข้อมูลการอนุญาต ฉลาก ผู้ผลิต และข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ตรงกันก่อนซื้อ

ทั้งนี้ หากได้รับสินค้าที่สงสัยว่าเป็นของปลอม ควรหยุดใช้ทันที เก็บหลักฐานคำสั่งซื้อ ภาพสินค้า รีวิว และข้อความสนทนากับผู้ขาย พร้อมแจ้งแพลตฟอร์มเพื่อขอคืนเงินและร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากใช้ผลิตภัณฑ์แล้วมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์

เบื้องหลังรีวิว 5 ดาว ธุรกิจหลอกลวงระดับโลก

ผศ.สุทธิชัย กล่าวว่า การสร้างรีวิวปลอมมีต้นทุนไม่สูง ผู้ประกอบการสามารถจ้างบุคคลให้สั่งซื้อสินค้าผ่านระบบของแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างประวัติการซื้อขายเสมือนจริง โดยอาจจัดส่งเพียงกล่องเปล่า เสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าขนส่งและค่าจ้างรีวิว ก่อนให้ผู้รีวิวกดคะแนน 5 ดาว เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้า

พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าสินค้ามีผู้ซื้อจริงและได้รับความนิยม ทั้งที่ข้อมูลอาจถูกจัดฉากขึ้น และเมื่อผู้บริโภคหลงเชื่อจนซื้อสินค้าปลอม ความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่ที่การสูญเสียเงิน แต่ยังอาจกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัย โดยเฉพาะอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์ที่ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน

“ปัญหานี้กระทบต่อสิทธิผู้บริโภคหลายด้านพร้อมกัน ตั้งแต่สิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอต่อการตัดสินใจ สิทธิในการได้รับสินค้าที่ตรงตามที่ตกลงซื้อขาย ไปจนถึงสิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ” ผศ.สุทธิชัย กล่าว

ปัญหารีวิวปลอมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย แต่เป็นความเสี่ยงของตลาดออนไลน์ที่สร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วโลก โดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ประเมินว่า รีวิวปลอมมีอิทธิพลต่อการใช้จ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าประมาณ 152,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ตัวเลขนี้สะท้อนว่า รีวิวออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงความคิดเห็นประกอบการซื้อสินค้า แต่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างมาก เมื่อระบบรีวิวถูกบิดเบือน ผู้บริโภคจึงอาจตัดสินใจซื้อสินค้าจากข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะสินค้าสุขภาพที่ความผิดพลาดอาจนำไปสู่อันตรายมากกว่าความเสียหายทางการเงิน

กฎหมายมีแล้ว แต่แพลตฟอร์มตรวจสอบหรือไม่

ผศ.สุทธิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายที่กำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแล้ว ตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือกฎหมาย DPS มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2566 ซึ่งกำหนดให้แพลตฟอร์มบางประเภทต้องประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงตามมาตรา 18 และมาตรา 20 รวมถึงประกาศที่ออกตามกฎหมายดังกล่าวในปี 2568 ได้กำหนดหน้าที่เพิ่มเติมสำหรับแพลตฟอร์มประเภทตลาดสินค้าออนไลน์ที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์

หน้าที่สำคัญของแพลตฟอร์ม คือการตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ขาย หรือ Know Your Merchant (KYM) การตรวจสอบข้อมูลสินค้าและเอกสารรับรองมาตรฐาน เช่น เลขสารบบอาหารหรือหลักฐานการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตลอดจนการระงับหรือนำสินค้าที่ผิดกฎหมายออกจากระบบเมื่อได้รับแจ้งหรือพบความผิดปกติ

“หากแพลตฟอร์มตรวจสอบร้านค้าและสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานอย่างจริงจัง โอกาสที่สินค้าปลอมจะเข้ามาจำหน่ายและกระจายถึงผู้บริโภคก็จะลดลง” ผศ.สุทธิชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือแพลตฟอร์มมีระบบตรวจจับรีวิวปลอมและธุรกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อปั่นยอดขายอย่างไร รวมถึงเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว ได้ตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ร้านค้าที่กระทำผิดกลับมาเปิดขายใหม่หรือไม่ หากแพลตฟอร์มทราบถึงความเสี่ยงแต่ละเลยการดำเนินการ หน่วยงานกำกับดูแลควรตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนหน้าที่ตามกฎหมายหรือก่อให้เกิดความรับผิดทางแพ่งด้วยหรือไม่

นอกจากนี้ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มาตรา 8/10 ยังวางหลักการให้ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าปฏิบัติตามมาตรฐานหรือมาตรการป้องกันที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดแล้ว

ผศ.สุทธิชัย เห็นว่า หลักการดังกล่าวควรนำไปสู่การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ชัดเจน โดยเฉพาะการตรวจจับรีวิวปลอม การตรวจสอบสินค้าปลอม และการป้องกันมิจฉาชีพกลับมากระทำผิดซ้ำ

ทั้งนี้ ETDA ได้จัดทำข้อเสนอแนะมาตรฐานว่าด้วยการรวบรวม กลั่นกรอง และเผยแพร่รีวิวของผู้บริโภคบนช่องทางออนไลน์ (ขมธอ. 32-2565) ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ให้บริการที่จัดการรีวิวออนไลน์มีระบบตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ ทั้งการยืนยันตัวตนผู้เขียนรีวิว การตรวจสอบประสบการณ์ของผู้บริโภค การกลั่นกรองรีวิวอย่างเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติระหว่างความคิดเห็นเชิงบวกและเชิงลบ รวมถึงการใช้ระบบอัตโนมัติช่วยกลั่นกรองเนื้อหา

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานดังกล่าวยังอยู่ในรูปแบบข้อเสนอแนะ จึงเสนอให้หน่วยงานพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพบังคับทางกฎหมาย โดยเฉพาะการกำหนดหน้าที่ของแพลตฟอร์มในการตรวจสอบและจัดการรีวิวที่เข้าข่ายหลอกลวง พร้อมพิจารณากลไกกำกับดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบรีวิวถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้บริโภค

จี้ ETDA – อย. – ตำรวจ ตรวจสอบแพลตฟอร์ม ปิดช่องสินค้าปลอม

สภาผู้บริโภคเรียกร้องให้ ETDA อย. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เร่งตรวจสอบการดำเนินงานของแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าปลอม โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการยืนยันตัวตนผู้ขาย การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า การจัดการรีวิวที่เข้าข่ายหลอกลวง และการระงับร้านค้าที่กระทำผิด

พร้อมเสนอให้เร่งกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบรีวิวปลอมและการป้องกันการซื้อขายที่สร้างขึ้นเพื่อปั่นยอดขาย รวมถึงจัดให้มีกลไกแจ้งเตือนผู้บริโภคเมื่อพบสินค้าที่มีความเสี่ยง และระบบติดตามร้านค้าที่ถูกปิดแล้วกลับมาเปิดใหม่ เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งพิจารณามาตรการกำหนดความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มให้ชัดเจน หากพบว่าละเลยหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด เพื่อให้แพลตฟอร์มมีส่วนร่วมป้องกันและเยียวยาความเสียหาย ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องรับภาระพิสูจน์ความเสียหายและติดตามผู้ขายที่อาจปิดร้านหลบหนีเพียงฝ่ายเดียว

ผศ.สุทธิชัย ย้ำว่า การป้องกันรีวิวปลอมและสินค้าปลอมไม่ควรเป็นภาระของผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่แพลตฟอร์มซึ่งเป็นช่องทางการซื้อขายและได้รับประโยชน์ทางธุรกิจ ต้องมีระบบตรวจสอบ ป้องกัน และจัดการความเสี่ยงอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องสูญเสียทั้งทรัพย์สิน สุขภาพ และความเชื่อมั่นในการซื้อขายออนไลน์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง