
ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป ครั้งที่ 3/2568 โดยมี สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณประธานอนุกรรมการฯ เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีการประชุมวางแผนการดำเนินงานขับเคลื่อน ข้อเสนอ และการติดตามการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
ประเด็นแรก การเข้าร่วมการประชุมหารือแลกเปลี่ยนปัญหาการถูกเอาเปรียบจากธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ ร่วมกับ iTalent (Thailand) Co., Ltd. (FMCG & Retail Specialist) เว็บไซต์ MT Clinic และผู้แทนสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) เพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาการถูกเอาเปรียบจากธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ ในเรื่องการทำสัญญา ความเสียเปรียบทางการค้าของซัพพลายเออร์ที่เป็นผู้ประกอบการรายเล็กมากขึ้น โดยเฉพาะการเก็บเงินนอกสัญญาของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (modern trade) ซึ่งมีประเด็นหารือ 2 เรื่องหลัก คือ 1) สถานการณ์สถานการณ์ปัญหาอุตสาหกรรมค้าปลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ใช้อำนาจเหนือกว่าเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรมจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรายย่อย ค่าธรรมเนียมเหล่านี้รวมถึงค่าแรกเข้าสินค้าใหม่ที่ไม่โปร่งใส ค่าธรรมเนียมพิเศษในการจัดวางสินค้าที่นอกเหนือจากสัญญา และการเรียกเก็บส่วนลดหรือส่วนเพิ่มในโอกาสพิเศษที่ผู้จำหน่ายไม่สามารถปฏิเสธได้ พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมในการแข่งขัน ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กมีต้นทุนสูงขึ้นในการเข้าสู่ตลาด และกีดกันการแข่งขันที่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมค้าปลีก
และ 2) แนวทางการแก้ไขปัญหาข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการ ผูกขาดและการลดการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก เน้นถึงผลกระทบต่อผู้บริโภค หลังจากการควบรวมกิจการค้าปลีก เช่น การผลักภาระต้นทุน และความจำเป็นในการ ควบคุมราคา สินค้าสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้ ตรวจสอบสัญญา ระหว่างผู้ผลิตและร้านค้าปลีกสมัยใหม่อย่างละเอียด และให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการ จัดกิจกรรมเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะ จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อหาแนวทางปกป้องทั้งผู้บริโภคและผู้ค้ารายย่อย
ประเด็นที่สอง การสร้างความร่วมมือกับ ETDA เพื่อจัดเสวนาเชิงวิชาการ พร้อมระดมความคิดเห็น ชื่อ “DPS Trust Every Click: รวมพลังต้านภัย สินค้าออนไลน์ ‘ผิดกฎหมาย-ไร้มาตรฐาน’” ในวันพุธที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 13.00 – 16.30 น. โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ แพลตฟอร์มดิจิทัล องค์กรผู้บริโภค ร่วมหารือเกี่ยวกับนโยบาย กฎหมาย และ แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม เปิดเวทีให้ระดมความคิดเห็น และนำเสนอแนวทางร่วมกันในการดำเนินการตรวจสอบและแจ้งเตือนเมื่อพบการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายหรือด้อยมาตรฐาน
ประเด็นที่สาม ติดตามแผนขับเคลื่อนงานนโยบายสัญญาซื้อขายทองรูปพรรณ ซึ่งเป็นงานขับเคลื่อนของหน่วยงานประจำจังหวัดพะเยา ซึ่งจากการสำรวจแง่มุมของปัญหา พบปัญหาหลัก 3 ประการ คือ 1) การแสดงตนว่ารับจำนำแต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นโรงรับจำนำตามกฎหมาย 2) การทำสัญญาที่ไม่ตรงตามเจตนาที่แท้จริงของผู้ทำสัญญา และยังมีการสำคัญผิดในลักษณะของสัญญาที่เกิดขึ้น 3) แนวทางการปฏิบัติที่เกิดจากสัญญาที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีผลเป็นโมฆะ ทั้งนี้อาจต้องดำเนินการต่อไปดังนี้ ต้องค้นคว้าหาคดีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ เพื่อศึกษาแนวทางการพิจารณาของศาล รวมถึงเก็บข้อมูลสถิติการร้องเรียนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังอาจต้องทำการประชาสัมพันธ์ไปยังผู้บริโภคให้เข้าใจในประเด็นปัญหานี้ และควรมีการเชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้าร่วมหารือในประเด็นการออกประกาศคณะกรรมการสัญญาว่าด้วยธุรกิจจำนำทองคำให้เป็นธุรกิจที่ต้องมีหลักฐานการรับเงิน หลังจากรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้พอสมควรแล้ว
ประเด็นที่สี่ ติดตามแผนขับเคลื่อนงานนโยบายการจัดการปัญหาการจำหน่ายถังแก๊สหุงต้มหมดอายุ และเสื่อมสภาพ โดยจะมีการจัดเวทีสัญจรของภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 12 มิถุนายน 2568 เรื่องถังแก๊สหุงต้ม ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ และควรทำการเผยแพร่ข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้บริโภค และควรเชิญผู้แทนจากกรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เข้าร่วมหารือแผนขับเคลื่อนงานนโยบายการจัดการปัญหาการจำหน่ายถังแก๊สหุงต้มหมดอายุและเสื่อมสภาพร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าของข้อเสนอในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ



