Ribbon

บาดแผลสังคม 1 ปีคดี “พิรงรอง” ลงโทษผู้ปกป้องผู้บริโภค

6 ก.พ. 2569 ครบรอบ 1 ปี ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษา ให้จำคุก ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นเวลา 2 ปี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากการทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค ปัจจุบันคดียังไม่สิ้นสุด สภาผู้บริโภคยังติดตามคดีอย่างใกล้ชิด พร้อมเสนอทบทวนกลไกตรวจสอบองค์กรอิสระและการคุ้มครองผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

จุดเริ่มต้นการตัดสินใจลงโทษ กสทช.พิรงรอง มาจากผู้บริโภคได้ร้องเรียนการรับชมช่องโทรทัศน์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีโฆษณาแทรก ซึ่งรบกวนการรับชม เรื่องร้องเรียนดังกล่าวถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังจากนั้นคณะอนุกรรมการฯ มีมติพิจารณาแนวทางแก้ไขและให้สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขใบอนุญาต ซึ่งสภาผู้บริโภคเห็นว่าเป็นการดำเนินการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน  

แต่การดำเนินการของ กสทช.พิรงรอง กลับถูกเอกชนฟ้องร้อง และศาลมีคำพิพากษาจำคุก กสทช.พิรงรอง เป็นเวลา 2 ปี สร้างความผิดหวังให้ผู้บริโภคอย่างมาก เพราะการทำหน้าที่ของ กสทช.พิรงรอง มุ่งกำกับดูแลเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นสำคัญ สภาผู้บริโภคกังวลว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อระบบคุ้มครองผู้บริโภคในอนาคต โดยเฉพาะในกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลต้องเผชิญความเสี่ยงจากการถูกดำเนินคดีในการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต

บทเรียนจากคดีของ กสทช.พิรงรอง ในครั้งนี้ สภาผู้บริโภคเสนอให้มีการทบทวนกลไกการตรวจสอบและคุ้มครองการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระและหน่วยงานกำกับดูแลให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้การดำเนินการตามหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งจากกรณีดังกล่าวควรถูกนำไปพิจารณาในกระบวนการจัดทำหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ และกลไกตรวจสอบองค์กรอิสระ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและการคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

แม้เวลาจะผ่านไปหนึ่งปี และคดียังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายในชั้นอุทธรณ์ แต่คดีกสทช.พิรงรอง เป็นประเด็นที่ภาคประชาชน นักวิชาการ และองค์กรผู้บริโภคติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นคดีตัวอย่างที่สะท้อนถึงความไม่เป็นธรรม กับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค แต่กลับถูกเอกชนฟ้องร้องให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ แล้วผู้บริโภคจะคาดหวังความยุติธรรมจากที่ใด