Ribbon

เปิดนโยบาย พรรคการเมือง ลดค่าครองชีพประชาชน

เปิดนโยบาย พรรคการเมือง ลดค่าครองชีพประชาชน

สภาผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนเสียงของผู้บริโภค ได้เสนอแนวคิด “เมืองที่เป็นธรรม” (Just City) เป็นกรอบนโยบายสำคัญ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยย้ำว่า สิทธิผู้บริโภค คือสิทธิพลเมือง และการพัฒนาเมืองต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนอย่างเข้มข้นในเวที “สภาผู้บริโภคพบพรรคการเมือง ผู้บริโภคขยับ พรรคการเมืองขยาย” เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ซึ่งเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองหลากหลายได้นำเสนอมุมมองและนโยบายต่อโจทย์เมืองที่เป็นธรรม

‘เมืองที่เป็นธรรม’ เพิ่มเงินในกระเป๋าผู้บริโภค

สภาผู้บริโภคเสนอ 3 นโยบายหลักที่ถือเป็นแกนหลักของเมืองที่เป็นธรรม ทั้งเรื่องขนส่งสาธารณะ ที่อยู่อาศัย และด้านพลังงาน ล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับค่าใช้จ่ายประจำวันของประชาชน ถ้าว่าที่รัฐบาลหยิบไปใช้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน เพิ่มเงินในกระเป๋าให้ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน ได้แก่

1. ตั้งกองทุนขนส่งสาธารณะทุกจังหวัด

การเดินทางไม่ควรเป็นภาระทางเศรษฐกิจหรือความเสี่ยงต่อชีวิต ขนส่งสาธารณะที่ดี ต้องเข้าถึงได้ ปลอดภัย และราคาเป็นธรรม ข้อเสนอให้ตั้งกองทุนขนส่งสาธารณะระดับจังหวัด โดยใช้รายได้จากภาษีล้อเลื่อนและงบอุดหนุนรัฐ คือการสร้างกลไกถาวรเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถพัฒนาระบบขนส่งที่ตอบโจทย์พื้นที่ ลดค่าเดินทาง ลดอุบัติเหตุ และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด

2. เปลี่ยนที่ว่าง เป็นที่พึ่ง

ประเทศไทยมีที่ดินของรัฐและที่ดินรกร้างจำนวนมาก แต่กลับปล่อยให้คนจำนวนไม่น้อยไม่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แนวคิด “เปลี่ยนที่ว่าง เป็นที่พึ่ง” มุ่งนำทรัพยากรที่ดินของรัฐมาใช้ประโยชน์เพื่อที่อยู่อาศัย การพักพิงยามภัยพิบัติ หรือพื้นที่สีเขียวหน่วงน้ำ ลดภาระค่าเช่าและค่าผ่อนบ้าน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดของครัวเรือนไทย

3. หยุดสร้างโรงไฟฟ้า เปิดฟรีโซลาร์เซลล์

ค่าไฟฟ้าแพงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากโครงสร้างพลังงานที่พยากรณ์ความต้องการเกินจริงและผูกขาดการผลิต ข้อเสนอให้ชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ และเปิดเสรีโซลาร์เซลล์ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย พึ่งพาตัวเองได้ เป็นการลดภาระค่าไฟระยะยาว และคืนสิทธิด้านพลังงานให้ผู้บริโภค

ถอดไอเดีย ‘เมืองที่เป็นธรรม’ ของพรรคการเมือง

หลายพรรคการเมืองที่เข้าร่วมเวทีสภาผู้บริโภคพบพรรคการเมือง วันที่ 7 มกราคม 2569 ได้สะท้อนจุดยืนและข้อเสนอใน 3 มิติหลักของเมืองที่เป็นธรรม ได้แก่ ขนส่งสาธารณะ ที่อยู่อาศัย และพลังงาน ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค

พรรคเพื่อไทย: เสนอลดค่าครองชีพด้วยขนส่งสาธารณะ

พรรคเพื่อไทยชี้ชัดว่าปัญหาหลักของคนเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ คือระบบขนส่งสาธารณะที่ยังไม่สามารถดึงคนออกจากรถส่วนตัวได้ ค่าเดินทางที่สูงทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนที่อยู่ใกล้เมืองกับคนชานเมือง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย การเพิ่มระยะทางโครงข่าย และรถเมล์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 10 บาท ถูกเสนอเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดค่าใช้จ่ายรายวันของประชาชน

ในด้านที่อยู่อาศัย พรรคเพื่อไทยนำเสนอโครงการบ้านเพื่อคนไทย โดยใช้ที่ดินของรัฐ เช่น ที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย มาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยระยะยาวในราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ ลดภาระค่าเช่าและค่าผ่อนบ้าน ส่วนด้านพลังงาน พรรคมองว่าการส่งเสริมพลังงานสะอาดและการใช้ขนส่งสาธารณะ จะช่วยลดต้นทุนพลังงานโดยรวมและค่าไฟในระยะสั้นถึงกลาง

พรรคประชาธิปัตย์: กระจายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่

พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบขนส่งที่คำนึงถึงบริบทพื้นที่ เสนอการทำโซนนิ่งค่าโดยสารที่เป็นธรรม และการอัปเกรดระบบรางเดิม เช่น ทางคู่ ให้กลายเป็นรถไฟฟ้าชานเมือง เพื่อลดต้นทุนการลงทุนและกระจายบริการสู่ต่างจังหวัด

ในมิติที่อยู่อาศัย พรรคเสนอการพัฒนาเมืองแบบ TOD (Transit-Oriented Development) หรือการใช้ขนส่งสาธารณะเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ลดต้นทุนการเดินทางและค่าครองชีพ ขณะที่ด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์เน้นการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ลดภาระค่าความพร้อมจ่าย และสนับสนุนโซลาร์เซลล์ครัวเรือน เพื่อให้ค่าไฟสะท้อนต้นทุนที่เป็นธรรมมากขึ้น

พรรคภูมิใจไทย: หนุนท้องถิ่น ลดภาระครัวเรือน

พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนแนวคิดกองทุนขนส่งสาธารณะจากภาษีล้อเลื่อน โดยเสนอให้กระจายงบประมาณไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเพิ่มกลไกช่วยเหลือจังหวัดรายได้น้อย เพื่อให้สามารถพัฒนาระบบขนส่งได้จริง เพื่อลดค่าเดินทางของประชาชนในพื้นที่

ด้านที่อยู่อาศัย พรรคมองปัญหาสังคมสูงวัยเป็นโจทย์ใหญ่ ได้เสนอการใช้ที่ดินรัฐร่วมกับเอกชนพัฒนาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในราคาที่ไม่แพง ช่วยลดภาระครอบครัว ขณะที่ด้านพลังงาน พรรคตั้งเป้าสู่พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์ฟาร์มชุมชน และ ระบบซื้อ-ขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว

พรรคพลังประชารัฐ: แก้ที่ต้นทางต้นทุนพลังงาน

พรรคพลังประชารัฐตั้งคำถามต่อโครงสร้างราคาพลังงานของประเทศ โดยชี้ว่าค่าไฟและน้ำมันที่แพงเป็นต้นเหตุสำคัญของค่าครองชีพสูง นโยบายของพรรคจึงมุ่งแก้ไขที่ต้นทาง ทั้งการจัดการทรัพยากรพลังงาน การลดต้นทุนเชื้อเพลิง และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นเจ้าของพลังงานมากขึ้น ซึ่งหากทำได้จะส่งผลต่อการลดค่าโดยสารและค่าครองชีพในภาพรวม

ในด้านที่อยู่อาศัย พรรคสะท้อนปัญหาการจัดการที่ดินของรัฐที่ไม่เป็นธรรม เสนอให้มีหน่วยงานกลางดูแลทรัพย์สินของแผ่นดิน เพื่อให้คนตัวเล็กเข้าถึงที่ดินและที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสม

พรรคไทยสร้างไทย: โมเดลท้องถิ่นกับเมืองที่อยู่ได้จริง

พรรคไทยสร้างไทยเสนอการแก้ปัญหาขนส่งสาธารณะผ่านโมเดลท้องถิ่น เช่น ขอนแก่นโมเดล ที่ลดค่าครองชีพด้วยการพัฒนาระบบขนส่งในระดับพื้นที่ โดยรัฐทำหน้าที่สนับสนุนและค้ำประกันด้านงบประมาณให้กับรัฐและเอกชนที่จะลงทุน

ด้านที่อยู่อาศัย พรรคชี้ว่าปัญหาที่ดินเป็นอุปสรรคสำคัญต่อคนตัวเล็ก เสนอการพักใช้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค และการจัดการที่ดินอย่างยืดหยุ่น ส่วนด้านพลังงาน พรรคสนับสนุนการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงโซลาร์เซลล์ ผ่านกองทุนและเครื่องมือทางการเงิน เพื่อช่วยลดค่าไฟอย่างเป็นรูปธรรม

พรรคไทยก้าวใหม่ และพรรคขนาดเล็ก: เน้นความเป็นธรรมเชิงโครงสร้าง

พรรคไทยก้าวใหม่และพรรคขนาดเล็กอื่น ๆ เน้นประเด็นความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะ การออกแบบรถและโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม รวมถึงระบบขนส่งเชื่อมต่อ หรือฟีดเดอร์ที่เข้าถึงได้ฟรี มีราคาต่ำ

ในมิติที่อยู่อาศัยและพลังงาน พรรคเหล่านี้เสนอแนวคิดการบริหารที่ดินและทรัพยากรแบบใหม่ เช่น การใช้ภาษีที่ดิน การติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน และการใช้พลังงานสะอาดต้นทุนต่ำ เพื่อให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้จริง

ภาพรวมจากเวทีสะท้อนว่า พรรคการเมืองจำนวนมากรับรู้ว่าปัญหาผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องปลายทาง แต่เป็นผลจากนโยบายรัฐที่เอื้อหรือไม่เอื้อ ความท้าทายสำคัญคือการแปลงคำมั่นสัญญาให้เป็นนโยบายที่ทำได้จริง มีงบประมาณรองรับ และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ

สภาผู้บริโภคย้ำต้องทำ ไม่ใช่แค่พูด

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ย้ำบนเวทีอย่างชัดเจนว่า นโยบายเมืองที่เป็นธรรมไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่เป็นเรื่อง “จำเป็น” หากประเทศไทยต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า หลังการเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาล สภาผู้บริโภคจะยังคงทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันนโยบายอย่างต่อเนื่อง

“หมดยุคพูดแล้วไม่ทำ เสียงผู้บริโภคต้องถูกฟัง และต้องถูกแปลงเป็นนโยบายที่เปลี่ยนชีวิตคนได้จริง เมืองที่เป็นธรรม คือเมืองที่ประชาชนอยู่ได้อย่างปลอดภัย มีบ้าน มีพลังงานในราคาที่เป็นธรรม และไม่ต้องควักเงินเกินจำเป็นเพื่อสิทธิพื้นฐานของตัวเอง” สารีกล่าวทิ้งท้าย