| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภคยื่นศาลปกครอง เพิกถอนกระบวนการรับฟังความเห็น ผังเมืองกรุงเทพฯ (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ชี้ขั้นตอนจัดทำขัดกฎหมาย กระทบสิทธิประชาชน
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยเห็นว่าขั้นตอนการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขัดต่อมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 และกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค

ปัณณฑัต สุนทรอารมณ์ ทนายความสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า สภาผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการผังเมือง กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯ กทม. และกรมโยธาธิการและผังเมือง ต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนการจัดทำร่างผังเมืองรวม และให้กลับไปดำเนินการใหม่ให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะมาตรา 9 ซึ่งกำหนดให้ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ปัณณฑัต กล่าวอีกว่า แม้หน่วยงานจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น แต่ข้อเท็จจริงสะท้อนว่าเป็นการชี้แจงข้อมูลมากกว่าการรับฟังความเห็น และกระบวนการจัดทำผังเมืองยังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
สภาผู้บริโภคจึงขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการดำเนินการเกี่ยวกับการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ไว้เป็นการชั่วคราว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอศาลมีคำสั่งรับฟ้องและพิจารณาคำร้องขอทุเลา ทั้งนี้ การยื่นฟ้องมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของผังเมือง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกรรมสิทธิ์ที่ดิน การอยู่อาศัย และการดำรงชีพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร
ปัณณฑัต ยืนยันว่า การระงับการดำเนินการเรื่องผังเมืองจะไม่กระทบต่อการบริหารงานของรัฐ เนื่องจากผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

ก้องศักดิ์ สหศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค กล่าวถึงปัญหาของกระบวนการจัดทำ ผังเมืองกรุงเทพฯ ว่า การจัดทำผังเมืองดังกล่าว เริ่มต้นจากการประชาสัมพันธ์ที่ไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่รับรู้ข้อมูล ทั้งที่ผังเมืองมีผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในที่ดิน การเวนคืน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และคุณภาพชีวิต
แม้จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครบ 50 เขต แต่รูปแบบการจัดประชุมยังถูกตั้งคำถามว่าใช้เวลาชี้แจงจากหน่วยงานเป็นหลัก ขณะที่ประชาชนมีเวลาจำกัดในการแสดงความคิดเห็น และบางพื้นที่มีผู้เข้าร่วมไม่ถึง 10 คน
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงเนื้อหาร่างผังเมืองที่เพิ่มความหนาแน่นในพื้นที่สีส้ม (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) และสีแดง (พื้นที่พาณิชยกรรม) ขยายโอกาสก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ขณะที่พื้นที่สีเขียวลดลง พร้อมระบุว่าผังเมืองต้องพูดถึงผลกระทบอย่างรอบด้านตามกฎหมาย ไม่ใช่นำเสนอแต่ด้านที่ดีเท่านั้น
ทั้งนี้ ในรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มีคำวินิจฉัยว่ากระบวนการจัดทำร่างผังเมืองดังกล่าวละเมิดสิทธิมนุษยชน ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนคำฟ้อง ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่ากระบวนการจัดทำร่างผังเมืองในครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
“การสื่อสารส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในช่องทางออนไลน์และการติดประกาศในหน่วยงานราชการ ส่งผลให้ตลอดกระบวนการมีผู้เข้าร่วมเพียงราว 30,000 คน คือ ไม่ถึง 1% ของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่ากระบวนการประชาสัมพันธ์ล้มเหลว” ก้องศักดิ์กล่าว

ทางด้าน ปฐมพงศ์ เจียมอุดมศิลป์ ประธานสภาผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงที่มาของการคัดค้านการจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครว่า ผังเมืองฉบับปัจจุบันประกาศใช้เมื่อปี 2556 และกำหนดให้มีการทบทวนทุก 5 ปี ต่อมาในช่วงปี 2559–2560 หน่วยงานได้เริ่มจัดทำร่างผังเมืองตามพระราชบัญญัติการผังเมืองฉบับเดิม
อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีรัฐธรรมนูญปี 2560 และพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดชัดว่าการออกกฎหมายหรือมาตรการที่กระทบสิทธิประชาชนต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสียก่อน แต่กระบวนการที่ดำเนินการกลับเป็นการจัดเวทีนำเสนอร่างที่จัดทำเสร็จแล้ว โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในการชี้แจง และเปิดให้ซักถามเพียงช่วงสั้น ๆ โดยเป็นการเล่าให้ฟังมากกว่าการรับฟังความคิดเห็นอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ร่างผังเมืองที่จัดทำในช่วงปี 2560–2562 มีเพียง 4 ผัง ขณะที่กฎหมายใหม่กำหนดให้ต้องมี 6 ผัง จึงต้องมีการจัดทำเพิ่มเติมอีก 2 ผัง และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในปี 2565 – 2566 แต่รูปแบบยังคงเน้นการนำเสนอข้อมูลจากหน่วยงานเป็นหลัก
“หลักการตามกฎหมายกำหนดให้ต้องรับฟังความคิดเห็นก่อนนำไปยกร่าง ไม่ใช่จัดทำเสร็จแล้วจึงนำมาเสนอให้ประชาชนรับทราบ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแต่ละพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีบริบทแตกต่างกัน การจัดทำผังเมืองจึงควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างรอบด้าน เพื่อให้การพัฒนาเมืองสอดคล้องกับสภาพจริงและไม่กระทบสิทธิของประชาชนโดยไม่จำเป็น” ปฐมพงศ์กล่าวย้ำ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ยกมติ กสม. รับฟังความเห็นประชาชนก่อนทำ ร่างผังเมืองรวม กทม.
เสนอรัฐ ยกเลิกวางผังเมืองกระทบชุมชน ปฏิรูปกฎหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วม



