Ribbon

ขนส่ง – อบจ. เห็นพ้อง ปลดล็อกท้องถิ่น  ดัน EV Bus อยุธยา

Getting your Trinity Audio player ready...

หลังจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พระนครศรีอยุธยา ประกาศเดินหน้าผลักดันการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) และตั้งเป้าเปิดให้บริการเส้นทางนำร่องสาย 3 วงกลมสถานีรถไฟอยุธยา – วัดไชยวัฒนาราม ภายในปี 2570 เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางของเมืองมรดกโลก พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ขนส่ง - อบจ. เห็นพ้อง ปลดล็อกท้องถิ่น  ดัน EV Bus อยุธยา

เบื้องหลังความก้าวหน้าครั้งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านเวทีเสวนา “สานพลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนขนส่งสาธารณะจังหวัดอยุธยาเมืองมรดกโลก” ซึ่ง สภาผู้บริโภค ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดขึ้นภายใต้โครงการ “สานพลังความร่วมมือท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกคนขึ้นได้” หลังดำเนินงานต่อเนื่องครบ 1 ปี เพื่อสรุปบทเรียน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด โดยมีผู้แทนจาก อบจ. พระนครศรีอยุธยา สำนักงานขนส่งจังหวัด สภาผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

EV Bus อยุธยา เชื่อมสถานีรถไฟ แหล่งท่องเที่ยว และชุมชน

ขนส่ง - อบจ. เห็นพ้อง ปลดล็อกท้องถิ่น  ดัน EV Bus อยุธยา

กรรณิการ์ ฤกษ์อุโฆษ หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเร่งทบทวนและปรับปรุงเส้นทางเดินรถโดยสารที่มีใบอนุญาตแต่ยังไม่มีผู้ประกอบการ ทั้งเส้นทางรถโดยสารประจำทางหมวด 1 และหมวด 4 เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางของประชาชนในปัจจุบัน ก่อนเปิดให้มีการคัดเลือกผู้ประกอบการเข้ามาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

สาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายเส้นทางหยุดให้บริการ มาจากผู้ประกอบการเอกชนไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ หลังจำนวนผู้โดยสารลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ทยอยเลิกกิจการหรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตเดินรถ

กรรณิการ์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือของ 3 กลไกหลัก ได้แก่ สภาผู้บริโภค ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน สำนักงานขนส่งจังหวัดที่รับผิดชอบด้านกฎหมาย มาตรฐาน และการกำกับดูแลผู้ประกอบการ และ อบจ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการจัดบริการขนส่งสาธารณะ โดยการที่ท้องถิ่นเข้ามารับบทบาทดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาการเดินทางของประชาชนมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการออกใบอนุญาตเดินรถโดยสารประจำทาง หมวด 1 เส้นทางสาย 3 ซึ่งเป็นเส้นทางวงกลม สถานีรถไฟอยุธยา–วัดไชยวัฒนาราม ระยะทาง 18.6 กิโลเมตร เพื่อรองรับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดในอนาคต โดยเส้นทางดังกล่าวเชื่อมต่อสถานีรถไฟ แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก หน่วยงานราชการ โรงพยาบาล สถานศึกษา และย่านชุมชนสำคัญของจังหวัด ถือเป็นเส้นทางเดินรถที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางของประชาชนและการท่องเที่ยว ก่อนนำไปสู่การพัฒนาเป็นเส้นทางให้บริการ EV Bus ของ อบจ.พระนครศรีอยุธยาต่อไป

สภาผู้บริโภค เชื่อมทุกภาคส่วน ดันขนส่งสาธารณะเป็นวาระจังหวัด

สันติ จียะพันธ์ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคฯ ได้ขับเคลื่อนการผลักดันการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างกลไกความร่วมมือกับ อบจ.พระนครศรีอยุธยา สำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล รับฟังปัญหา และหาแนวทางแก้ไขอุปสรรค พร้อมทั้งเชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคประชาสังคม กับภาคธุรกิจ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน และการท่องเที่ยวเมืองมรดกโลก

สันติ กล่าวอีกว่า การดำเนินงานของสภาผู้บริโภคมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ประเด็นการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะกลายเป็นวาระสำคัญของจังหวัด โดยได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะไปสื่อสารกับผู้บริหาร อบจ.พระนครศรีอยุธยา จนทำให้เห็นภาพความจำเป็นและประโยชน์ของการลงทุนด้านขนส่งสาธารณะชัดเจนมากขึ้น ก่อนมีการยกระดับเป็นนโยบายสำคัญและบรรจุเข้าสู่แผนพัฒนาของ อบจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมจัดสรรงบประมาณรองรับการพัฒนาให้เกิดการเดินรถ EV Bus ในเส้นทางสาย 3 ที่ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนพัฒนาเส้นทางเดินรถ

ปลดล็อกกฎหมาย คือกุญแจสำคัญสู่ขนส่งสาธารณะของท้องถิ่น

เวทีเสวนาครั้งนี้ทุกฝ่ายสะท้อนให้เห็นตรงกันว่า การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของท้องถิ่นเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งการเข้าถึงบริการสาธารณะ การเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย การส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ผู้เข้าร่วมเวทีจึงมีข้อเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยเร่งออกระเบียบรองรับการจัดบริการขนส่งสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ควบคู่กับมาตรการสนับสนุนการลงทุน EV Bus เพื่อสร้างความมั่นใจให้ท้องถิ่นสามารถเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างเต็มศักยภาพ ถูกต้องตามระเบียบและข้อกฎหมาย รวมทั้งการสนับสนุนมาตรการสนับสนุน เช่น การอุดหนุนงบประมาณ หรือการลดภาษี EV Bus เพื่อจูงใจให้ท้องถิ่นลงทุนบริการขนส่งสาธารณะ อันนำไปสู่บริการขนส่งสาธารณะที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้ มีความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน


ผนึก อบจ. – ขนส่งฯ ดัน EV Bus อยุธยา เล็งเปิดเส้นทางนำร่องภายในปี 70

ชูบทบาท อบจ. ดัน EV Bus ต่างจังหวัด พัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อ