Ribbon

เรียกรถ ผ่านแอปฯ มีกฎหมาย แต่ยังไม่ปลอดภัย

Getting your Trinity Audio player ready...
เรียกรถ ผ่านแอปฯ มีกฎหมาย แต่ยังไม่ปลอดภัย

จากกรณีนักเรียนหญิงคนหนึ่งเรียกใช้บริการรถจักรยานยนต์จากแอปพลิเคชันเพื่อกลับบ้าน แต่ระหว่างทางไรเดอร์ได้แวะเติมน้ำกระท่อมที่ปั๊มน้ำมัน และเมื่อใกล้ถึงที่หมายกลับไม่ยอมจอดรถตามพิกัด นักเรียนคนดังกล่าวจึงตัดสินใจกระโดดลงจากรถทำให้ได้รับบาดเจ็บ สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์ม ETDA และกรมการขนส่งทางบกบังคับใช้กฎหมาย คัดไรเดอร์ไม่ขึ้นทะเบียนออกจากระบบ

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความไม่ปลอดภัยของบริการดังกล่าว แม้กฎหมายเรียกรถผ่านแอปฯ (Ride Sharing) หรือ ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (DPS) จะมีผลบังคับใช้วันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หลังมีการประกาศเรื่องการขึ้นทะเบียนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569แล้ว จะเกิดการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทั้งแพลตฟอร์มที่ต้องตรวจสอบและนำรถหรือไรเดอร์ที่ไม่จดทะเบียนออกจากระบบ และหน่วยงานอย่างสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ที่ต้องกำกับดูแลแพลตฟอร์ม  รวมถึงกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลผู้ขับขี่หรือไรเดอร์ให้มีมาตรการที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม จากการเก็บข้อมูลจากสื่อออนไลน์และเครือข่ายผู้บริโภคพบว่า ปัจจุบันสถานการณ์การบังคับใช้กฎหมายยังคงไม่เปลี่ยนแปลงและยังปรากฏข่าวสารเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของไรเดอร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความไม่ชัดเจนในการจัดการจาก ทั้งฝั่งแพลตฟอร์ม และหน่วยงานกำกับดูแล

“กรณีล่าสุดจากข้อมูลข่าวออนไลน์ที่นักเรียนเรียนรถผ่านแพลตฟอร์มโบลท์ แล้วเจอไรเดอร์ที่ ‘สวมไอดีเพื่อรับงาน’ และดูเหมือนอาจจะมีเจตนาจะพาผู้โดยสารไปกระทำมิดีมิร้าย เรายังไม่เห็นความชัดเจนในเรื่องการดำเนินการของทั้งแพลตฟอร์ม EDTA หรือกรมการขนส่งทางบกเลย นำไปสู่คำถามสำคัญว่ากฎหมายที่ออกมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม จะถูกนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างไร” คงศักดิ์ระบุ

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มควรมีระบบการยืนยันตัวตนที่เข้มงวดมากขึ้น และมีบทลงโทษสำหรับผู้ขับขี่ที่ขาย หรือให้เช่าบัญชีผู้ให้บริการ รวมถึงผู้ที่ปลอมแปลงหรือสวมสิทธิ์เพื่อมาให้บริการบนแพลตฟอร์ม

คงศักดิ์ ย้ำถึงข้อเสนอ 5 ข้อของสภาผู้บริโภค พร้อมเร่งรัดให้ กรมการขนส่งทางบก และ ETDA ดำเนินการ ดังนี้

  1. จัดทำและเผยแพร่แผนบริหารจัดการต่อสาธารณะอย่างชัดเจน โดยกำหนดกรอบเวลาและแนวทางจัดการรถและผู้ขับที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม
  2. กำหนดให้แพลตฟอร์มแสดงสถานะการขึ้นทะเบียนของรถและผู้ขับแก่ผู้โดยสารก่อนยืนยันการใช้บริการ โดยข้อมูลต้องถูกต้องเป็นปัจจุบัน และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจ บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน
  3. กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้โดยสารในช่วงเปลี่ยนผ่านเพิ่มเติมจากความคุ้มครองตามกฎหมายรถยนต์ภาคบังคับ โดยเฉพาะกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงหรือเหตุอาชญากรรม พร้อมจัดให้มีกลไกรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยาที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
  4. กำหนดมาตรการป้องกันการให้บริการนอกระบบหรือการหลีกเลี่ยงกฎหมายอย่างจริงจัง โดยใช้การตรวจสอบผ่านระบบดิจิทัลควบคู่กับการกำกับเชิงรุก และเปิดเผยผลการดำเนินการต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคต้องแบกรับความเสี่ยงจากช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย
  5. กำหนดกลไกประเมินและติดตามผลกระทบเรื่องความเพียงพอของจำนวนรถ ระยะเวลารอคอยและระดับค่าบริการทั้งก่อนและหลังการปิดระบบขึ้นทะเบียน เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการรองรับได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ลดทอนมาตรฐานความปลอดภัยและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้