| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภค ชี้ เหตุรถเมล์คันเร่งค้างชนรถกู้ภัย สะท้อนปัญหาความปลอดภัยรถโดยสาร พร้อมเรียกร้อง ขสมก. เปิดข้อมูลสถิติอุบัติเหตุและการเยียวยาอย่างเป็นระบบ
จากกรณี เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 รถเมล์สาย 137 คันเร่งค้าง พุ่งชนรถดับเพลิงกู้ภัย รฟม. บริเวณ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ มีผู้บาดเจ็บรวม 11 ราย นั้น สภาผู้บริโภคเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่อุบัติเหตุเล็กน้อยหรือเหตุเฉพาะหน้า แต่เป็นเหตุร้ายแรงที่กระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะโดยตรง จึงขอเสนอให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยข้อมูลสถิติอุบัติเหตุและการเยียวยาที่ผ่านมาอย่างเป็นระบบและโปร่งใส

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า เหตุรถเมล์พุ่งชนรถกู้ภัย ซึ่งเป็นหน่วยช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงจากรถเมล์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้โดยสารเท่านั้น แต่ยังคุกคามความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่กู้ชีพและประชาชนทั่วไปในพื้นที่สาธารณะ เหตุการณ์ลักษณะนี้จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียง “อุบัติเหตุทั่วไป” แต่เป็นสัญญาณเตือนเชิงระบบที่ต้องได้รับการจัดการอย่างจริงจัง
“เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถโดยสารประจำทาง ทั้งปัญหาสภาพรถที่ชำรุด ระบบเบรกหรือคันเร่งขัดข้อง รวมถึงการบำรุงรักษาที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ผู้โดยสารและประชาชนทั่วไปตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง” คงศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังไม่เห็นข้อมูลเชิงระบบที่ชัดเจน ทั้งจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น สาเหตุที่แท้จริง รวมถึงผลลัพธ์ของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ สภาผู้บริโภคจึงขอเรียกร้องให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยข้อมูลสถิติอุบัติเหตุของ ขสมก. ทั้งจำนวนเหตุการณ์ สาเหตุ และแนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนและผู้ใช้บริการรับรู้ภาพรวมก่อน และนำไปสู่การพัฒนามาตรการความปลอดภัยของบริการโดยสารสาธารณะได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังเรียกร้องให้ ขสมก. เปิดเผยข้อมูลการชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุที่ผ่านมาอย่างโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงินชดเชยที่จ่ายให้ผู้บาดเจ็บ จำนวนกรณีที่ได้รับการเยียวยา ระยะเวลาในการดำเนินการ หรือหลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้เสียหายได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมจริงหรือไม่
เสียหายจากอุบัติเหตุรถเมล์ มีสิทธิอะไรบ้าง?
ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) โดยไม่ต้องสำรองเงินจ่ายก่อน ประกอบด้วยสิทธิพื้นฐานดังนี้:
- ค่ารักษาพยาบาล ตามจริงสูงสุดถึง 80,000 บาท/คน
- ค่าชดเชยรายวัน ในกรณีเข้ารักษาตัว 200 บาท/วัน รวมไม่เกิน 20 วัน
- คุ้มครองกรณีทุพพลภาพหรือพิการ ระหว่าง 250,000–500,000 บาท/คน
- คุ้มครองกรณีเสียชีวิต จ่ายทันที 500,000 บาท/คน ภายใน 7 วันหลังเกิดเหตุ โดยต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
หากความเสียหายเกินกว่าเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ประสบเหตุสามารถเรียกร้อง เพิ่มจากประกันภัยภาคสมัครใจ ของผู้ประกอบการรถโดยสาร ได้แก่ ค่าทนทุกข์ทรมานจากการบาดเจ็บ ค่าทรัพย์สินที่เสียหายและค่าเสียโอกาสอื่น ๆ ตามสิทธิทางกฎหมาย และกรณีเสียชีวิตมีสิทธิได้รับเงินชดเชยขั้นต่ำรายละ 500,000 บ. โดยรายละเอียดขึ้นกับกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทที่รถทำเอาไว้ด้วย
ทั้งนี้ แนะนำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น บันทึกประจำวันของตำรวจ, ใบรับรองแพทย์, ใบเสร็จค่าใช้จ่าย, และสำเนากรมธรรม์ประกันภัย เพื่อใช้ประกอบในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนและสิทธิอื่น ๆ ตามกฎหมายได้อย่างครบถ้วน
สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเซ็นรับเงินเยียวยา
เมื่อได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ มักจะมีผู้อ้างว่าเป็นตัวแทนผู้ประกอบการ หรือตัวแทนบริษัทประกันภัย ติดต่อ เพื่อเจรจาจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหาย ซึ่งหากผู้เสียหายตอบรับและลงชื่อโดยไม่อ่านเอกสารอย่างละเอียด ก็อาจทำให้เสียโอกาสในการได้รับเงินเยียวยาในจำนวนที่ควรได้ และไม่สามารถฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายอื่น ๆ ได้
ดังนั้น ก่อนเซ็นรับเงินเยียวยาเบื้องต้น ผู้บริโภคควรทำตามคำแนะนำ 4 ข้อ ได้แก่ 1) ก่อนลงนามในเอกสารรับเงินค่าสินไหมทดแทน ผู้เสียหายควรอ่านรายละเอียดในเอกสารอย่างรอบคอบ เนื่องจากอาจมีข้อความที่เป็นการตัดสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายอื่นเพิ่มเติมในภายหลัง
2) ผู้เสียหายไม่ควรลงนามในเอกสารที่มีข้อความระบุว่า “ผู้รับสัญญาตกลงไม่เรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อผู้ให้สัญญาและผู้เกี่ยวข้องอื่นใดอีกต่อไป” โดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้สูญเสียสิทธิในการดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
3) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องลงนาม ผู้เสียหายควรขอให้มีการขีดฆ่าข้อความดังกล่าวออกจากเอกสาร และลงนามกำกับไว้ เพื่อคุ้มครองสิทธิในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีหรือผู้เกี่ยวข้องรายอื่นต่อไป
4) หากบริษัทประกันภัยจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนแล้ว การจ่ายเงินดังกล่าวต้องไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้เสียหายในการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ประกอบการรถโดยสาร ในกรณีที่ความเสียหายมีมูลค่าสูงเกินกว่าวงเงินความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย
ทั้งนี้ หากคู่กรณีไม่ยินยอมตามข้อเรียกร้อง ผู้เสียหายสามารถยุติการเจรจาไกล่เกลี่ย และรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงประเมินมูลค่าความเสียหายที่ต้องการเรียกร้องใหม่อีกครั้ง โดยมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลในฐานะคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551
ผู้บริโภคที่ประสบปัญหาหรือได้รับความเสียหาย สามารถปรึกษา – ร้องเรียนกับสภาผู้บริโภคได้ ผ่านช่องทางร้องเรียนออนไลน์ เว็บไซต์ tcc.or.th หรือ https://complaint.tcc.or.th/
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ระทึก รถเมล์คันเร่งค้างพุ่งเสยรถดับเพลิง ใต้อาคารจอดรถ MRT เจ็บระนาว 11 ราย
ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุรถสารสาธารณะ อย่าเซ็นรับเงินเยียวยา ถ้ายังไม่ได้ทำตาม 4 ข้อนี้
เช็กเลย! สิทธิที่ต้องได้ทันที เมื่อบาดเจ็บ – เสียชีวิตจากอุบัติเหตุโดยรถสาธารณะ



