| Getting your Trinity Audio player ready... |

สภาผู้บริโภคหารือ อบจ.อยุธยา เร่งผลักดันแผนแม่บท ขนส่งสาธารณะ จังหวัด ยกระดับการเดินทางที่ปลอดภัย ครอบคลุมทุกกลุ่ม พร้อมพัฒนา EV Bus รองรับการเติบโตเมืองในอนาคต
วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สภาผู้บริโภค และศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าหารือกับนายอดิศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ที่ปรึกษาพิเศษนายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อผลักดันแผนแม่บทการพัฒนาระบบ ขนส่งสาธารณะ ของจังหวัด ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน มุ่งยกระดับการเดินทางให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนและรองรับกับการเติบโตของเมืองในอนาคต
วนิดา ด่านชัยสิทธิ์ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การผลักดันการพัฒนา ระบบขนส่งสาธารณะ ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง อบจ.อยุธยา และสภาผู้บริโภค และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้ทุกคน ทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ วัยทำงาน และนักท่องเที่ยว เข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นธรรม โดยโครงการเป้าหมายยกระดับความปลอดภัย และการเข้าถึงบริการด้านการเดินทางที่เป็นธรรม พร้อมเดินหน้าพัฒนาแผนแม่บทขนส่งสาธารณะ โดยมีการสำรวจเส้นทางและการพัฒนาเส้นทางเดินรถสายหลักเชื่อมต่อสถานที่สำคัญ คือ เส้นทางสาย 3 จุดเริ่มต้นจากสถานีรถไฟอยุธยา ผ่านสถานศึกษา วัด โรงพยาบาล และสถานที่ราชการ ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เพื่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่ยั่งยืนในอนาคต
อดิศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นที่ปรึกษาพิเศษนายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า รูปแบบการจัดหารถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) นั้น กำลังศึกษาความคุ้มค่าของแนวทางทั้งการจ้างเอกชนเดินรถ ว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไร หรือการซื้อรถ จะมีภาระการดูแลบำรุงรักษาอย่างไร รูปแบบใดมีความคุ้มค่ามากกว่ากัน ซึ่งต้องไปดูว่าการจัดบริการขนส่งของ อบจ.หลายแห่งนั้น มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เนื่องจากเราจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกรูปแบบใด
สำหรับการจัดตั้งสถานีขนส่งจังหวัดตอนนี้ต้องเดินหน้ากำหนดสถานที่ ซึ่งพื้นที่ที่สนใจและมีความเหมาะสมคือ บริเวณใกล้สถานีวิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยาที่อยู่ในตำบลหันตรา ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์และพื้นที่ของทหาร ดังนั้นต้องเร่งประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ว่าจะมีขั้นตอนการเช่าพื้นที่หรือเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
นอกจากนี้ อบจ.พระนครศรีอยุธยา ต้องเร่งจัดทำแผนแม่บทขนส่งสาธารณะ เพื่อวางระบบขนส่งให้เชื่อมต่อกันทั้งในเมืองและระหว่างอำเภอ แม้บางพื้นที่มีผู้ใช้บริการน้อย แต่หากมีศักยภาพเชิงพื้นที่ อบจ.อาจเป็นเจ้าภาพลงทุนเพื่อกระจายความเจริญให้ทั่วถึง และประสานความร่วมมือกับเทศบาล และ อบต. เพื่อร่วมพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน


บรรณ แก้วฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายนิติการ อบจ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ อบจ.พระนครศรีอยุธยา ได้รวบรวมข้อมูลการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งบทบาทของ อบจ. และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย ทั้งนี้ในขั้นตอนต่อไปจะเร่งหารือร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งได้มีการศึกษาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดไว้แล้ว พร้อมทั้งเห็นด้วยกับแนวทางพัฒนาเส้นทางนำร่องสาย 3 ที่เสนอโดยสภาผู้บริโภค โดยจะมีการสรุปข้อมูลจากทุกฝ่ายเพื่อนำเสนอผู้บริหาร ก่อนบรรจุเข้าสู่แผนพัฒนาของ อบจ. และเสนอเป็นวาระต่อที่ประชุมสภา อบจ. เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณในลำดับต่อไป
บรรณ กล่าวอีกว่า ในส่วนรูปแบบการให้บริการเดินรถ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม ที่มีทางเลือกทั้งการจ้างเอกชนเดินรถ หรือการจัดซื้อรถโดยสารเอง ซึ่งต้องวิเคราะห์ความคุ้มค่าและความคล่องตัวในการให้บริการเป็นหลัก นอกจากนี้ อบจ. ยังมีแผนผลักดันการจัดตั้งสถานีขนส่งจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาค รองรับการเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดและอำเภอเข้าสู่ตัวเมือง รวมถึงเตรียมพัฒนาจุดจอดและสถานีชาร์จ EV Bus โดยอยู่ระหว่างการจัดหาพื้นที่แปลงใหญ่ที่เหมาะสม โดยหวังว่าการดำเนินการหลังจากนี้จะถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของอยุธยา ให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมต่อครบวงจร และรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต
คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันมี อบจ. หลายแห่งขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะด้วย EV Bus อาทิ กาญจนบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ น่าน เป็นต้น บางแห่งใช้วิธีเช่ารถหรือการจ้างเอกชนเดินรถ บางแห่งซื้อรถและซ่อมบำรุงเอง และยังมีเรื่องของจุดจอดและจุดชาร์จไฟฟ้า ซึ่งมีรายละเอียดการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน ดังนั้นทางสภาผู้บริโภคจะรวบรวมข้อมูลโมเดลต่างๆ นำเสนอให้ อบจ.อยุธยา เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจให้แก่ผู้บริหาร อบจ.พระนครศรีอยุธยา
อดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย สภาผู้บริโภค กล่าวว่า แนวทางที่ อบจ.สนับสนุนเอกชนผู้ถือใบอนุญาตหรือผู้ประกอบการให้สามารถเดินรถได้โดยไม่ต้องหยุดวิ่งในบางเส้นทาง อบจ.สามารถทำได้โดยเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย และจำกัดไม่เกิน 10% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยส่วนใหญ่สนับสนุนหน่วยงานรัฐและองค์กรสาธารณประโยชน์ ขณะที่การอุดหนุนเอกชนยังติดข้อจำกัด
อย่างไรก็ตามกรมการขนส่งทางบกมีแนวคิดปรับระเบียบกองทุนเลขสวย เพื่อให้ใช้งบได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น โดยเตรียมเปิดทางอุดหนุน 2 ด้านหลัก คือ รถรับส่งนักเรียนเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และผู้ประกอบการขนส่งภายใน โดยแนวทางอุดหนุนอาจแบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ
1.อุดหนุนเงินทุน ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อปรับปรุงรถโดยสาร 2.อุดหนุนผู้โดยสาร ผ่านระบบบัตรหรือระบบตั๋ว เพื่อลดภาระค่าเดินทาง 3.อุดหนุนผู้ประกอบการโดยตรง โดยกำหนดเงื่อนไข เช่น จำนวนเที่ยววิ่งและอัตราค่าโดยสาร ทั้งนี้หากมีการประกาศใช้จะช่วยให้ อบจ. สามารถนำงบกองทุนเลขสวยมาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพบริการ
ทั้งนี้ ผลจากการประชุมครั้งนี้ สภาผู้บริโภค ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ อบจ.พระนครศรีอยุธยา เห็นพ้องร่วมกันในการสำรวจความต้องการใช้บริการขนส่งสาธารณะของประชาชน เพื่อนำข้อมูลไปออกแบบบริการให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ พร้อมทั้งมีแผนจัดตั้งคณะทำงานพัฒนาขนส่งสาธารณะระดับจังหวัด โดยเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชนเข้ามีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาขนส่งสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เดินหน้า สภาสิทธิการเดินทางเชียงใหม่ แก้จราจร – ฝุ่น PM2.5
ผู้บริโภค 4 จังหวัด ยื่น อบจ. เร่ง ขนส่งสาธารณะ สู้วิกฤตน้ำมันแพง



