| Getting your Trinity Audio player ready... |

จับตา รมว.พลังงาน เรียกประชุม กบง. 23 เมษายนนี้ เพื่อพิจารณาปรับลด ค่าการกลั่น น้ำมันเพิ่มอีก 2 บาทต่อลิตร “รสนา โตสิตระกูล” ย้ำรัฐบาลลดได้ถึง 14 บาทต่อลิตร ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
ในขณะที่ความเคลื่อนไหวด้านนโยบายพลังงานยังถูกจับตาภายใต้วิกฤติสงครามตะวันออกกลาง หลังนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันที่ 23 เมษายนนี้ เพื่อทบทวนมาตรการลดราคาน้ำมันอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ได้มีการปรับลด ค่าการกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับลดลงกว่า 2 บาท ซึ่งช่วยบรรเทาภาระของประชาชนในระดับหนึ่ง แต่ยังพบว่าการลดดังกล่าวไม่เพียงพอภายใต้ภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา

รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ สภาผู้บริโภค เห็นว่ามาตรการดังกล่าวนอกจากไม่เพียงพอแล้ว ยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงของระบบพลังงาน โดยระบุว่า ค่าการกลั่น น้ำมันในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูงผิดปกติ จากประมาณ 7 บาทต่อลิตรในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นเป็น 16–17 บาทต่อลิตรในเดือนเมษายน ทั้งที่ค่าการกลั่นในระดับที่เหมาะสมควรอยู่ที่ราว 2 บาทต่อลิตรเท่านั้น
รสนา ชี้ว่า ส่วนต่างดังกล่าวสะท้อน “กำไรส่วนเกิน” ของโรงกลั่น ซึ่งรัฐสามารถใช้มาตรการเชิงนโยบายเข้ามาบริหารจัดการได้ โดยเสนอให้ปรับลดค่าการกลั่นลงอย่างน้อย 14 บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และควรดำเนินการกับน้ำมันทุกประเภท ไม่ใช่เฉพาะดีเซล
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งคำถามสำคัญถึง “เงินค่าสำรองน้ำมัน” ที่ประชาชนจ่ายสะสมมาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งรวมอยู่ในโครงสร้างราคาน้ำมัน คิดเป็นเงินกว่า 34,000 ล้านบาท ว่าปัจจุบันเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้ในส่วนใด และเหตุใดจึงไม่นำกลับมาใช้เพื่อช่วยลดราคาน้ำมันในช่วงที่ประชาชนกำลังเผชิญภาระค่าครองชีพสูง
“เงินก้อนดังกล่าวเป็นภาระที่ประชาชนร่วมกันจ่ายเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน ดังนั้นในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน รัฐควรนำมาใช้เป็นกลไกช่วยเหลือประชาชนโดยตรง แทนที่จะปล่อยให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นตามกลไกตลาดเพียงอย่างเดียว” รสนาระบุ
นอกจากนี้ รสนา ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการบริหารจัดการราคาพลังงานได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากมีโรงกลั่นถึง 6 โรง ภายในประเทศ และมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ อีกทั้งยังมีเงินในกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มาจากประชาชน จึงไม่ควรปล่อยให้ราคาน้ำมันสูงจนกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานใช้ความเด็ดขาดในการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อให้การลดค่าการกลั่นเกิดขึ้นอย่างแท้จริงและทันต่อสถานการณ์ โดยย้ำว่าความล่าช้าจะยิ่งเพิ่มภาระให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ทั้งนี้ ข้อเสนอของสภาผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ต้องพิจารณาทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงการปรับลดระยะสั้น แต่ต้องจัดการโครงสร้างต้นทุน โดยเฉพาะค่าการกลั่น และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น เงินสำรองน้ำมัน ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและสร้างความเป็นธรรมด้านพลังงานในระยะยาว
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ค้านกู้ 1.5 แสนล้าน ชง ปฏิรูปพลังงาน ทั้งระบบ น้ำมัน – ไฟฟ้า – โซลาร์
ยื่น 8 ข้อเสนอ รมว.พลังงาน แก้ น้ำมันแพง
ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันที่ 23 เมษายน



