
ศาลภูเก็ตยกฟ้อง กรณีผู้บริโภคถูกร้านค้าฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท หลัง รีวิวร้านเค้ก 1 ดาว พร้อมแสดงความคิดเห็นจากประสบการณ์จริง สะท้อนว่าการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเป็นสิทธิผู้บริโภคที่กฎหมายคุ้มครอง
รีวิวร้านเค้ก 1 ดาว แล้วโดนฟ้อง
การรีวิวร้านเค้ก 1 ดาว พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า “รสชาติไม่คุ้มค่ากับราคา” อาจทำให้หลายคนลังเลว่าจะถูกฟ้องร้องหรือไม่ แต่คำพิพากษาล่าสุดของศาลจังหวัดภูเก็ตกำลังส่งสัญญาณสำคัญว่า หากเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ผู้บริโภคย่อมมีสิทธิที่จะพูด และกฎหมายให้ความคุ้มครอง
คดีนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2568 หลังผู้บริโภครายหนึ่งถูกร้านเค้กชื่อดังในจังหวัดภูเก็ต ยื่นฟ้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา เรียกค่าเสียหายสูงถึง 5 ล้านบาท หลังจากผู้บริโภครายดังกล่าวได้ให้คะแนนร้านเพียง 1 ดาว พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า “รสชาติไม่คุ้มค่ากับราคา”
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ศาลจังหวัดภูเก็ตมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าการรีวิวดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต อาศัยข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ของผู้บริโภค ไม่มีเจตนากลั่นแกล้งหรือใส่ร้าย และไม่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท
โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและคดี สภาผู้บริโภค กล่าวว่า คำพิพากษาดังกล่าวนับเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยสร้างบรรทัดฐานในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เพราะช่วยตอกย้ำหลักการว่า การรีวิวโดยสุจริตไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุในการปิดกั้นเสียงของผู้บริโภค
ที่ผ่านมา ที่มีกรณีร้านค้าบางแห่งกำหนดเงื่อนไขให้ลูกค้าต้องรีวิว 5 ดาว หรือข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีหากรีวิวเพียง 1-3 ดาว ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากไม่กล้าแสดงความคิดเห็นตามความเป็นจริง ทั้งที่รีวิวเป็นข้อมูลสำคัญให้ผู้บริโภครายอื่นใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ
สภาผู้บริโภคเคยช่วยผู้บริโภคชนะคดี “ฟ้องปิดปาก”
กรณีร้านเค้กไม่ใช่คดีแรกที่ศาลวินิจฉัยคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ก่อนหน้านี้ สภาผู้บริโภคได้ให้ความช่วยเหลือผู้บริโภค 2 ราย ซึ่งถูกบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 20 ล้านบาท หลังเผยแพร่ประสบการณ์การใช้รถยนต์ที่มีปัญหาและตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทไม่สามารถแก้ไขอาการเสียได้ รวมถึงมีการเปลี่ยนอะไหล่โดยไม่จำเป็นสภาผู้บริโภคได้ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและสนับสนุนข้อมูลในคดีดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าผู้บริโภคใช้สิทธิโดยสุจริต ถ่ายทอดข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ของตนเอง ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือทำลายชื่อเสียงผู้ประกอบการ แต่เป็นการปกป้องสิทธิของตนเองและประโยชน์สาธารณะ
อีกกรณีหนึ่ง คือผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการสร้างบ้านน็อกดาวน์ ทั้งการก่อสร้างล่าช้า บ้านไม่ได้มาตรฐาน ส่งมอบไม่เป็นไปตามสัญญา และภายหลังบริษัทขอยกเลิกสัญญาโดยไม่คืนเงิน ผู้เสียหายจึงรวมตัวกันในกลุ่มไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและร้องเรียนมายังสภาผู้บริโภค
ต่อมาผู้ประกอบการได้ฟ้องผู้บริโภคและช่างผู้เกี่ยวข้องในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท
สภาผู้บริโภคได้จัดหาทนายความเข้าช่วยเหลือ และท้ายที่สุดศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าผู้บริโภคมีเหตุอันสมควรเชื่อว่าผู้ประกอบการอาจมีพฤติการณ์ไม่สุจริต การพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลในกลุ่มไลน์มีขึ้นเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง แก้ไขปัญหา และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองและผู้อื่น จึงไม่เป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือหมิ่นประมาท
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- รีวิวเค้ก โดนฟ้อง 5 ล้าน! สุดท้ายศาลยกฟ้องผู้บริโภค ชี้วิจารณ์โดยสุจริต
- เฮ! สภาฯ ช่วยผู้บริโภคชนะคดีหมิ่น หจก.มินิโฮม ฟ้องเอาผิดพ.ร.บ.คอมฯ
- ผู้บริโภคชนะ! ศาลยกฟ้อง กรณีตัวแทนจำหน่ายมาสด้า ฟ้องปิดปากผู้บริโภค
รีวิวจากเรื่องจริง กฎหมายคุ้มครอง
นายโสภณ กล่าวว่า ผู้บริโภคไม่ควรหวาดกลัวคำขู่ของผู้ประกอบการ หากการรีวิวหรือแสดงความคิดเห็นเป็นไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
นอกจากช่วยรักษาสิทธิของผู้บริโภคเองแล้ว การรีวิวอย่างตรงไปตรงมา ยังเป็นข้อมูลสำคัญให้ผู้บริโภครายอื่นใช้ประกอบการตัดสินใจ และเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคพบพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิ เช่น ถูกข่มขู่ว่าจะฟ้องร้องหากรีวิวตามความเป็นจริง หรือถูกบังคับให้รีวิวในเชิงบวกก่อนจึงจะยอมเปลี่ยนหรือคืนสินค้า ควรเก็บหลักฐานไว้ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นข้อความแชต ภาพหน้าจอ ใบปลิว เงื่อนไขการขาย หรือหลักฐานการสั่งซื้อ เพื่อใช้ประกอบการร้องเรียนและดำเนินการตามกฎหมาย โดยคสามารถร้องเรียนได้ที่สภาผู้บริโภค โทร 1502 (วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น.) หรือ ร้องเรียนออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ www.tcc.or.th



