Ribbon

“สวัสดี ที่รัก” เสียงอ้อนเจ้าชายเอไอ ก่อนจบด้วย หลอกโอนเงิน

“สวัสดี ที่รัก” เสียงอ้อนเจ้าชายเอไอ ก่อนจบด้วย หลอกโอนเงิน

“สวัสดี ที่รัก” เสียงทักทายจากมิจฉาชีพที่อ้างตัวว่าเป็น “เจ้าชายแห่งดูไบ” ดังขึ้นผ่านวิดีโอคอล พร้อมรอยยิ้มคำพูดอ่อนโยน และส่งข้อความหาเธอไม่เว้นแม้ยามค่ำคืน จนทำให้เธอเชื่อสุดหัวใจว่ากำลังคบหาอยู่กับเจ้าชายแห่งดูไบ หญิงสาวคนนั้นคือ “มาเรีย (นามสมมติ)” หญิงชาวฟิลิปปินส์

“เขาส่งข้อความหาฉันตลอด แม้ตอนที่ฉันหลับอยู่ มันเหมือนมีมนตร์รักเชื่อมใจเราสองคนเข้าด้วยกัน” เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP)

แต่ความจริงคือชายที่เธอหลงรักไม่ใช่เจ้าชายตัวจริง เขาเป็นเพียงภาพและเสียงที่ถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือที่เรียกกันว่า ดีปเฟค (AI Deepfake) ลวงลึก โดยความจริงที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอคอลที่ AFP ได้เห็น ก็คือ ใบหน้าของเจ้าชายที่ดูสมจริง ริมฝีปากที่ขยับตรงกับคำพูด แต่ทว่าเสียงที่ได้ยินกลับไม่ใช่เสียงของเจ้าชายตัวจริง ซึ่งสะท้อนว่ามิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีสวมใบหน้าซ้อนทับขณะสนทนา ทำให้ผู้เสียหายที่ไม่ทันสังเกตหลงเชื่อได้โดยง่าย

สวมรอย “เจ้าชายดูไบ” หลอกรักก่อน หลอกโอนเงิน

บุคคลที่ถูกนำไปแอบอ้างในกรณีนี้คือ เจ้าชายฮัมดาน บิน โมฮัมเหม็ด มกุฎราชกุมารแห่งดูไบตัวจริง ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “ฟาซซา (Fazza)” กล่าวคือมิจฉาชีพนำตัวตนของเชื้อพระวงศ์ที่มีอยู่จริงมาสร้างเป็นภาพลวง โดยเริ่มจากการทำความรู้จักผู้เสียหายบนเว็บไซต์หาคู่ ก่อนชวนย้ายไปพูดคุยต่อในแอปพลิเคชันส่งข้อความ แล้วส่งข้อความมาหาด้วยถ้อยคำต่าง ๆ จนผู้เสียหายเกิดความผูกพัน จากนั้นจึงลงมือหลอกให้โอนเงิน

รูปแบบการดูดเงินนั้นแนบเนียนและตามรอยได้ยาก ข้อมูลจากคำร้องรณรงค์ที่ชื่อว่า “Stop Fazza Scam” ที่มีผู้ตั้งไว้บนเว็บไซต์ change.org เพื่อเตือนภัยการแอบอ้างในลักษณะนี้ ระบุว่ามิจฉาชีพมักเรียกเงินก้อนใหญ่โดยอ้างเป็นค่าบริจาคหรือค่าใบทะเบียนสมรส ซึ่งล้วนเป็นเอกสารปลอม พร้อมให้โอนเข้าบัญชีธนาคารในต่างประเทศ และบางครั้งให้โอนเป็นสกุลเงินคริปโทเคอเรนซี เพื่อให้ยากต่อการติดตามเส้นทางการเงิน นอกจากนี้ AFP ยังพบกลุ่มบนเฟซบุ๊กจำนวนมากที่ปลอมตัวเป็นราชวงศ์ บางกลุ่มมีผู้ติดตามหลายพันคน คอยโพสต์ภาพตัดต่อที่ดูสมจริงทั้งฉากคุกเข่าถือแหวนและยื่นดอกกุหลาบ

ถึงจะเห็นหน้า ก็ยังเชื่อถือไม่ได้

มาเรียไม่ใช่เหยื่อรายเดียว และความเสียหายจากภัยชนิดนี้ไม่ใช่เงินเล็กน้อย เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางการฝรั่งเศสเคยสอบสวนกรณีมิจฉาชีพปลอมตัวเป็นดาราฮอลลีวูด “แบรด พิตต์” หลอกเงินจากผู้หญิงคนหนึ่งไปถึง 830,000 ยูโร หรือราว 31.5 ล้านบาท ขณะที่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล และประสานความร่วมมือ เพื่อต่อต้านและป้องกันภัยจากมิจฉาชีพทางออนไลน์ (Global Anti-Scam Alliance: GASA) ประเมินว่า ในปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคทั่วโลกสูญเงินให้กับการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงรูปแบบการหลอกลวงในลักษณะโรแมนซ์สแกม (Romance Scam) คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 442,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ14.6 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ภัยรูปแบบดังกล่าวอันตรายกว่าเดิมคือ เทคโนโลยีที่ครั้งหนึ่งเคยปลอมได้เพียงข้อความ วันนี้สามารถปลอมได้ทั้งใบหน้าและเสียงในระหว่างการสนทนา ซึ่งความเชื่อที่ว่า “ต้องเห็นหน้าก่อน เพื่อดูว่าเป็นของจริงหรือไม่” จึงใช้ไม่ได้อีกต่อไป

วิธีสังเกต – รับมือโรแมนซ์สแกมยุค AI

สภาผู้บริโภคแนะนำให้ผู้บริโภคตั้งข้อสงสัยกับคนแปลกหน้าที่ทุ่มความรักอย่างรวดเร็วผิดปกติทั้งที่ไม่เคยพบตัวจริง อย่าปักใจเชื่อเพียงเพราะได้วิดีโอคอล เพราะปัจจุบันภาพเคลื่อนไหวก็ปลอมได้ ควรสังเกตความผิดปกติอย่างภาพกระตุก เสียงไม่ตรงปาก หรือแสงเงาที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ และเมื่อใดที่อีกฝ่ายเริ่มเอ่ยเรื่องเงิน ไม่ว่าจะอ้างเป็นค่าบริจาค ค่าเอกสาร หรือให้โอนเป็นเงินคริปโทฯ ไปยังต่างประเทศ ให้ถือเป็นสัญญาณอันตรายและอย่าโอนเงินโดยเด็ดขาด และควรนำชื่อและรูปภาพที่อีกฝ่ายส่งมาไปค้นหาผ่านกูเกิล (Google) เพราะมิจฉาชีพมักนำภาพของบุคคลจริงมาใช้ซ้ำ หากเปนไปได้ควรนัดเจอตัวจริงในสถานที่ปลอดภัย และก่อนตัดสินใจทุกครั้งควรปรึกษาครอบครัวหรือคนที่ไว้ใจเสียก่อน

สำหรับผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ thaipoliceonline.go.th หรือโทรสายด่วนศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถร้องเรียนและขอคำปรึกษาได้ที่สภาผู้บริโภค ผ่านสายด่วน 1502 ในวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. หรือร้องเรียนออนไลน์ที่ เว็บไซต์ tcc.or.th