| Getting your Trinity Audio player ready... |

จากคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้ ในช่วงที่ว่างงาน กลายเป็นผู้เสียหายที่สูญเงินเก็บเกือบทั้งชีวิตให้กับขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ที่เริ่มต้นจาก “โฆษณาบนเฟซบุ๊ก”
ในช่วงที่กำลังว่างงาน ผู้เสียหายรายนี้ใช้เวลาส่วนหนึ่งในการมองหาช่องทางสร้างรายได้ และเริ่มสนใจเรื่องการลงทุน ระหว่างเลื่อนดูเฟซบุ๊กในแต่ละวัน เธอพบโฆษณาชวนเรียนลงทุนฟรีและชวนลงทุนจากกูรูชื่อดังปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันละนับสิบครั้ง บางวันเห็นมากถึง 20 ครั้ง
ความถี่ของ โฆษณาบนเฟซบุ๊ก ที่ปรากฏอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม ทำให้เธอรู้สึกว่าเนื้อหาเหล่านั้นน่าจะผ่านการตรวจสอบมาแล้วในระดับหนึ่ง อีกทั้งผู้ที่ปรากฏในโฆษณาหลายคนก็เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในแวดวงการลงทุน
ด้วยความสนใจ เธอจึงกดเข้าไปดูโฆษณาเหล่านั้นอยู่เป็นระยะ หลากเพจ หลายกูรู จนกระทั่งวันหนึ่งเธอคลิกเข้าดูโฆษณาของเพจที่ขึ้นมาระหว่างเล่นเฟซบุ๊ก และมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา พร้อมเชิญเข้าร่วมกลุ่ม Openchat เรียนลงทุนฟรี โดยมีทีมงานและเลขานุการคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ตลอดสองสัปดาห์แรก ทุกอย่างดูเป็นปกติ คลาสเรียนออนไลน์จัดขึ้นทุกวัน เนื้อหาที่สอนเป็นเรื่องการลงทุนทั่วไป ใช้ศัพท์เฉพาะทางการเงิน มีการวิเคราะห์หุ้น และอธิบายกลไกตลาดทุนอย่างเป็นระบบ
กระทั่งเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ผู้สอนเริ่มพูดถึง “โครงการพิเศษ” สำหรับนักเรียนในคลาส โดยอ้างว่าสามารถใช้เครือข่ายและกลยุทธ์เฉพาะในการเจรจากับบริษัทต่าง ๆ เพื่อซื้อหุ้นได้ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด ซึ่ง
ตัวอย่างที่ถูกนำมาอธิบายคือ หากหุ้นตัวหนึ่งมีราคาตลาดอยู่ที่ 100 บาท กลุ่มนี้จะสามารถซื้อได้ในราคาเพียง 80 บาท ทำให้นักเรียนมีโอกาสทำกำไรได้มากกว่านักลงทุนทั่วไป
ข้อเสนอเช่นนี้ถูกนำเสนออย่างต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือน
เมื่อผู้เสียหายลองนำข้อมูลหุ้นที่ส่งมาในแต่ละวันไปเทียบกับราคาในตลาดหลักทรัพย์ ก็พบว่าตัวเลข ราคา และข้อมูลต่าง ๆ ถูกต้องทั้งหมด ความแตกต่างมีเพียงคำกล่าวอ้างว่า กลุ่มนี้สามารถซื้อหุ้นได้ในราคาพิเศษที่ต่ำกว่าราคาตลาดเท่านั้น
ที่สำคัญ ก่อนตัดสินใจร่วมลงทุนในหุ้นดังกล่าว ผู้เสียหายยังพยายามค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในอินเทอร์เน็ต แต่ไม่พบข่าวร้องเรียนหรือประวัติเสียหายใด ๆ จึงยิ่งรู้สึกสบายใจมากขึ้น และตัดสินใจลงร่วมลงทุนในที่สุด โดยในการลงทุนดังกล่าว เธอใช้เงินเก็บเกือบทั้งหมดที่มี และมีการนำรถเข้าไปจำนองเพื่อนำเงินมาลงทุนด้วย รวมมูลค่าเกือบ 1.5 ล้านบาท
จนถึงช่วงใกล้ปิดโครงการ ทีมงานที่อยู่กลุ่ม Openchat เริ่มแจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุน ผู้เสียหายจึงโอนเงินตามคำแนะนำ แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ไม่สามารถคืนเงินได้ เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดในการโอน” พร้อมแจ้งให้เธอโอนเงินใหม่อีกครั้ง โดยอ้างว่าเป็นข้อจำกัดของระบบ และเงินก้อนเดิมจะได้รับคืนภายหลัง
นั่นเป็นจุดที่ทำให้เธอเริ่มรู้สึกผิดสังเกต และกลับไปค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอได้เจอรายงานข่าวของไทยพีบีเอสเกี่ยวกับผู้เสียหายจากโครงการลักษณะเดียวกันโดยมูลค่าความเสียหายรวมกว่าร้อยล้านบาท
“ตอนนั้นช็อกมาก เพราะรายละเอียดแทบทุกอย่างเหมือนกับที่เรากำลังเจอ” ผู้เสียหายระบุและเล่าต่อว่า หลังจากเจอข่าวดังกล่าวเธอได้ปรึกษาตำรวจ และตัดสินใจเดินทางไปยังสถานีไทยพีบีเอส เพื่อยืนยันว่าตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายเช่นกัน
การตัดสินใจวันนั้นทำให้เธอได้พบกับผู้เสียหายหลายรายที่เผชิญเหตุการณ์คล้ายกัน และได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นเหยื่อเพียงคนเดียว บางคนสูญเงินหลักแสน บางคนเสียเงินหลักล้าน และบางคนสูญเสียโอกาสที่จะมีชีวิตต่อ…
กลุ่มผู้เสียหายได้เดินสายร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือและติดตามความคืบหน้าของคดี แต่ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา กลุ่มผู้เสียหายกลับพบว่าการเข้าถึงความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องง่าย หลายหน่วยงานรับเรื่องไว้แต่ไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน บางหน่วยงานปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือเพราะมองว่าพวกเขา “ไม่ใช่ผู้บริโภค” ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังคงตกอยู่กับผู้เสียหายเพียงฝ่ายเดียว
จนกระทั่งกลุ่มผู้เสียหายได้เข้ามาร้องเรียนต่อสภาผู้บริโภค และได้รับการสนับสนุนในการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 สภาผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องกลุ่มบริษัท เฟซบุ๊ก ไลน์ แอปสโตร์ รวมถึงธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง โดยเรียกร้องให้ร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค
สำหรับผู้เสียหายรายนี้ สิ่งที่ต้องการไม่ใช่เพียงการได้เงินคืน แต่คือการเห็นพื้นที่ออนไลน์ปลอดภัยมากขึ้น เพื่อไม่ให้ใครต้องสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตจากโฆษณาที่ดูน่าเชื่อถือเหมือนที่เธอเคยเจอ
ทั้งนี้ ปัจจุบันคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และอาจกลายเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่ช่วยกำหนดบทบาทความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มดิจิทัลต่อความเสียหายที่เกิดจากโฆษณาหลอกลวงในอนาคต ชวนทุกคนติดตามคดีนี้ไปพร้อมกัน เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อสิทธิของผู้บริโภคทุกคนในอนาคต
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช่แค่ไทย 2 ใน 3 ของคดีฉ้อโกงในอังกฤษ เริ่มต้นจาก เฟซบุ๊ก
“ฉันก็โดนเหมือนกัน” เสียงจากเหยื่อหลอกลงทุน สู่คนที่กล้าลุกมาฟ้องเฟซบุ๊ก


