| Getting your Trinity Audio player ready... |

เสียงสะท้อนจากผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นกำลังกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญของคนที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้าน เมื่อกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับ “บ้านชำรุด ไม่เป็นตามแบบ ไม่ได้รับการแก้ไขตามสัญญา” เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานหลายปี สร้างความเดือดร้อนทั้งด้านการอยู่อาศัย ความปลอดภัย และภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อจำเป็นต้องแบกรับเอง
หน่วยงานประจำจังหวัดขอนแก่น สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกบ้านในโครงการจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น รวมแล้วอย่างน้อย 8 หลัง ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปี 2569 โดยบ้านแต่ละหลังมีมูลค่าตั้งแต่ประมาณ 2.5 ล้านบาทขึ้นไป
บ้านใหม่ แต่ปัญหาเดิมๆที่ไม่มีใครอยากเจอ
แม้จะเป็นบ้านใหม่ที่ แต่ลูกบ้านกลับต้องเผชิญกับปัญหาหลากหลาย ตั้งแต่น้ำรั่วซึมจากห้องน้ำชั้นบนลงสู่ฝ้าเพดานชั้นล่าง ทำให้ฝ้าเสียหาย เกิดคราบน้ำ เชื้อรา และตะไคร่น้ำสะสม ส่งผลต่อสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาโครงสร้างแตกร้าว รั้วทรุดตัว และมีน้ำซึมเข้าสู่โครงสร้างบ้าน ขณะที่งานก่อสร้างบางส่วนไม่เป็นไปตามแบบแปลนหรือมาตรฐานที่ควรจะเป็น รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ครบถ้วนตามที่ตกลงในสัญญา
สิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กับผู้บริโภคมากที่สุด คือ การไม่ได้รับการซ่อมแซมภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญา และการขาดการสื่อสารที่ชัดเจนจากผู้ประกอบการ
ส่วนกลางยังไม่มา แต่ค่าส่วนกลางมาแล้ว
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่มีการโฆษณาไว้ เช่น สวนสาธารณะ ฟิตเนส ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง และระบบรักษาความปลอดภัย ยังไม่ถูกจัดให้มีตามที่ควร แต่กลับมีการเรียกเก็บค่าส่วนกลางจากลูกบ้านแล้ว บางรายต้องสำรองจ่ายค่าซ่อมแซมบ้านด้วยตนเอง เนื่องจากปัญหามีความเร่งด่วนและอาจลุกลามหากปล่อยทิ้งไว้ ทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน ทั้งค่าผ่อนบ้านและค่าซ่อมแซม


หน่วยงานขอนแก่นไม่ปล่อยผ่าน เดินหน้าช่วยเหลือผู้บริโภค
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หน่วยงานประจำจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การรับเรื่องร้องเรียน รวบรวมพยานหลักฐาน ออกหนังสือถึงผู้ประกอบการ ไปจนถึงการเชิญทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และยกระดับสู่การดำเนินคดีเมื่อไม่สามารถหาข้อยุติได้
ในเดือนกันยายน 2567 หน่วยงานขอนแก่นได้เริ่มรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ทั้งภาพถ่ายความเสียหายและรายละเอียดข้อร้องเรียน พร้อมมีหนังสือถึงผู้ประกอบการเพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามสิทธิของผู้บริโภค
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2567 ได้ประสานสำนักงานที่ดิน ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
ในเดือนมกราคม 2568 มีการนัดจรจาไกล่เกลี่ย ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จังหวัดขอนแก่น โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างครบถ้วน อาทิ สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ปลัดอำเภอเมืองขอนแก่น เทศบาลตำบลบ้านเป็ด และหัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดขอนแก่น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไม่ได้เข้าร่วมการเจรจา ส่งผลให้กระบวนการไกล่เกลี่ยไม่สามารถดำเนินต่อได้
เมื่อการเจรจาไม่บรรลุผล เดือนมีนาคม 2569 หน่วยงานยกระดับการช่วยเหลือ เข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องดำเนินคดีรวม 8 ราย เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายและสิทธิที่พึงได้รับตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ในเดือนเมษายน 2569 หน่วยงานประจำจังหวัดขอนแก่นร่วมกับตัวแทนผู้เสียหาย ยังได้ยื่นหนังสือต่อหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาค เพื่อขอความคุ้มครองด้านสิทธิและความปลอดภัย ภายหลังมีความกังวลเกี่ยวกับการถูกคุกคาม

ปัจจุบัน คดีอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล โดยมีกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569
เสียงเล็ก ๆ ที่รวมกันเป็นพลังใหญ่
เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนของหน่วยงานประจำจังหวัดขอนแก่น เผยว่า กรณีนี้ สะท้อนพลังของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน โดยเห็นถึงความร่วมมือของลูกบ้านในแต่ละรายที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเองและส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน
แม้ต้องเผชิญกับกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ซับซ้อน และการต่อสู้กับผู้ประกอบการตั้งแต่ขั้นตอนการร้องเรียนไปจนถึงการดำเนินคดี ผู้บริโภคยังคงยืนหยัดและสนับสนุนกันอย่างเข้มแข็ง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบเพียงแค่ตัวบ้าน แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสภาพจิตใจของลูกบ้านในระยะยาว การลุกขึ้นมาใช้สิทธิอย่างจริงจังและรวมพลังกัน ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการตื่นตัวด้านสิทธิผู้บริโภคในสังคมไทย
“เมื่อผู้ร้องยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ หน่วยงานก็พร้อมเดินหน้าคุ้มครองและสนับสนุนอย่างไม่ถอยเช่นกัน”
เตือนก่อนซื้อบ้าน อย่าดูแค่สวย ทำเลดี ต้องดูให้ครบ
กรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดขอนแก่น ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้าน ควรตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น
- ตรวจสอบแบบแปลนและรายละเอียดในสัญญาให้ครบถ้วน
- ศึกษาประวัติผู้ประกอบการ
- ตรวจรับบ้านอย่างละเอียดก่อนโอน
- เก็บหลักฐานทุกขั้นตอน
- และหากพบปัญหา ควรรีบแจ้งและใช้สิทธิทันที
การรู้เท่าทันและไม่ละเลยสิทธิของตนเอง คือเกราะป้องกันที่สำคัญในยุคที่การตัดสินใจซื้อทรัพย์สินมูลค่าสูงแฝงด้วยความเสี่ยงมากกว่าที่คิด สำหรับบทสรุปของกรณีนี้จะลงเอยอย่างไร เรื่องเล่าจากพื้นที่จะติดตามและรายงานความคืบหน้าต่อไป
ติดต่อร้องเรียนหรือขอคำปรึกษา หน่วยงานประจำจังหวัดขอนแก่น สภาองค์กรของผู้บริโภค
โทรศัพท์ : 080-486-8858, 098-903-3388
Facebook : หน่วยงานประจำจังหวัดขอนแก่น สภาองค์กรของผู้บริโภค
ที่อยู่ : 686/5 ซอยวุฒาราม 11/3 ถ.หน้าเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“บ้านพัง” ศาลสั่งชดใช้ 24 ล้าน ชัยชนะของผู้บริโภคประจวบฯ
9 ปีที่รอความยุติธรรม ขอบคุณสภาผู้บริโภค ช่วยทวงสิทธิที่ดินสำเร็จ
กรณีศึกษา “วิมานหนาม” นายหน้าขายบ้านไม่สุจริต ทุกข์ซ้ำคนซื้อบ้าน



