Ribbon

ศาลสั่ง ดีลเลอร์ MG จ่ายค่าเสียหายกว่า 2 หมื่น เบี้ยวป้ายขาว ลูกค้าข้ามปี

ศาลสั่ง ดีลเลอร์ MG จ่ายค่าเสียหายกว่า 2 หมื่น เบี้ยวป้ายขาว ลูกค้าข้ามปี

จากกรณีที่ผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียนกับสภาผู้บริโภคในเรื่องบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ (ดีลเลอร์) เบี้ยวป้ายขาว ไม่จดทะเบียนป้ายขาวตามกำหนดนานเกือบหนึ่งปี ล่าสุดศาลแขวงดอนเมืองมีคำพิพากษาให้ดีลเลอร์ บริษัท เอ็มจี เซควอญ่า หลักสี่ จำกัด ให้ชดเชยค่าเสียประโยชน์จากการใช้รถและคืนค่าธรรมเนียมทั้งหมดกว่า 20,000 บาท ด้านสภาผู้บริโภคชี้ต้นตอปัญหาอาจเกิดจากดีลเลอร์ขาดสภาพคล่องทางการเงินหรือไม่  ไม่ดำเนินการตามระบบของบริษัทผู้ผลิต ส่งผลให้เอกสารสิทธิ์ถูกระงับและผลักภาระให้ผู้ซื้อ สภาผู้บริโภคเรียกร้องกรมขนส่งฯ บังคับใช้กฎหมายต้องจดป้ายทะเบียนใน 30 วัน หรือจำหน่ายรถพร้อมจดทะเบียนรถชำระภาษีเรียบร้อย เหมือนต่างประเทศ

ขนิษฐา ภูวิวัฒนกุล ทนายความผู้รับผิดชอบคดี กล่าวว่า ผู้บริโภครายหนึ่งเข้ามาร้องเรียนที่สภาผู้บริโภคหลังไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณีที่บริษัท เอ็มจี เซควอญ่า หลักสี่ จำกัด ไม่ส่งมอบป้ายขาวนานนับปี หลังจากซื้อรถยนต์ด้วยเงินสดจำนวน 602,500 บาท เมื่อเดือนธันวาคม 2567 โดยมีข้อตกลงว่าทางโชว์รูมจะเป็นผู้จดทะเบียนป้ายขาวให้ภายใน 45 วัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2568 ผู้บริโภคยังคงไม่ได้รับป้ายทะเบียน ซึ่งการทวงถามหลายครั้งได้รับเพียงคำบ่ายเบี่ยง ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่สามารถใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้องหลีกเลี่ยงการขับขี่ในเวลากลางคืน และยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเปรียบเทียบปรับจากการใช้ป้ายแดงเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยสภาผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ฐานผิดสัญญาซื้อขาย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ศาลได้มีคำพิพากษา ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ประกอบด้วย ค่าเสียหายจากการเสียประโยชน์ในการใช้รถ 20,000 บาท การคืนเงินมัดจำป้ายแดง 3,000 บาท และคืนค่าจดทะเบียน 3,500 บาท พร้อมทั้งสั่งให้จำเลยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าวให้แล้วเสร็จ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้แม้จะมีปัญหาภายในองค์กร

“ผู้ประกอบการในฐานะผู้ประกอบธุรกิจควรประกอบธุรกิจภายใต้หลักความซื่อสัตย์สุจริตยึดถือธรรมาภิบาลเป็นที่ตั้ง ควรมอบบริการที่เป็นธรรมไม่แสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากการเอาเปรียบผู้บริโภคจนเกิดความเสียหาย” ขนิษฐา ระบุ

นอกจากนี้ ยังมีผู้บริโภคอีกจำนวนมากที่เผชิญปัญหาผู้ขายรถยนต์บ่ายเบี่ยงที่จะดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์เพื่อนำมามอบให้ผู้ซื้อรถ ซึ่งในกรณีนี้ ภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค วิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาป้ายขาวที่เรื้อรังว่า ปัญหาที่แท้จริงเกิดจากการบริหารจัดการทางการเงินของตัวแทนจำหน่าย เมื่อตัวแทนจำหน่ายรับเงินจากลูกค้าแต่ไม่นำไปตัดยอดหนี้กับบริษัทแม่ บริษัทแม่จึงไม่ส่งมอบหนังสือจดแจ้งการจำหน่ายและชุดเอกสารสำคัญสำหรับการจดทะเบียนให้ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายไม่สามารถดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบกได้

“ต้นเหตุของปัญหาคือตัวแทนจำหน่ายไม่นำเงินไปชำระให้บริษัทแม่เพื่อปิดยอดรถคันนั้น ทำให้ไม่มีเอกสารสำคัญออกมาจดทะเบียนได้ กลายเป็นว่าผู้ประกอบธุรกิจมีปัญหาทางการเงินแล้วนำผู้บริโภคมาเป็นตัวประกัน” รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค กล่าว

ภัทรกร ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้บริโภคว่า ตามหลักการแล้ว ผู้ซื้อรถสามารถนำเอกสารไปดำเนินการจดทะเบียนด้วยตนเองได้ โดยต้องใช้เอกสารสำคัญคือ 1. หนังสือจดแจ้งการจำหน่ายรถ จากผู้ประกอบธุรกิจหรือจากบริษัทแม่ 2. หลักฐานการชำระเงิน หรือ ใบเสร็จ และ 3. เอกสารสินเชื่อ กรณีจัดไฟแนนซ์ ซึ่งหากได้รับเอกสารเหล่านี้ครบถ้วน การจดทะเบียนก็สามารถทำได้ทันที แต่ในทางปฏิบัติ ธุรกิจรถยนต์มักอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เพื่อจะได้รับสิทธิยกเว้นขั้นตอนการตรวจสภาพรถบางประการ แต่เมื่อเกิดปัญหาภายในของตัวแทนจำหน่าย ภาระจึงตกอยู่ที่ผู้บริโภค

“เพื่อป้องกันปัญหาในลักษณะนี้ ผู้บริโภคมีสิทธินำเอกสารหลักฐานการซื้อขายและชุดจดแจ้งไปดำเนินการจดทะเบียนด้วยตนเองได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด พร้อมเรียกร้องให้บริษัทแม่ของค่ายรถยนต์ลงมาควบคุมดูแลธรรมาภิบาลของตัวแทนจำหน่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของแบรนด์เสียหายจากการกระทำของตัวแทนจำหน่าย และขอให้กรมการขนส่งทางบกบังคับใช้กฎหมายเรื่องกำหนดระยะเวลาจดทะเบียน ภายใน 30 วัน อย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อรถยนต์ในประเทศไทย หรือจำหน่ายรถพร้อมจดทะเบียนรถชำระภาษีเรียบร้อย เหมือนต่างประเทศหลายประเทศทั้งเอเชีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา เช่น ประเทศมาเลเซีย ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น” ภัทรกร กล่าว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง